Fuji Trip เที่ยวฟูจิ 2 วัน 1 คืน (EP2) เที่ยวน้ำตกชิไรโตะ(Shiraito falls) ทานข้าวริมทะเลสาบ ชมพิพิธภัณฑ์หินฟูจิชื่อดัง นอนแคมป์กลางธรรมชาติและป่าไม้

มาแคมป์ปิ้งกันเถอะ! แนะนำจุดตั้งเต็นท์วิวสวยกลางป่า และที่เที่ยวรอบภูเขาไฟฟูจิแบบชิลๆ เที่ยวได้ตลอดทั้งปี

สารบัญ

  1. น้ำตกชิไรโตะ(Shiraito falls)
  2. สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)
  3. ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji)
  4. พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum
  5. โตโต้นาว แคมป์ Totonow Camp
  6. ถ้ำลมฟูจิฟุกาคุ Fugaku Lava Cave
  7. ทะเลสาบยามานาคา (Lake Yamanaka)
  8. ร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)
  9. ออนเซ็นเซ็นซุย (Sensui)

น้ำตกชิไรโตะ(Shiraito falls)

เริ่มทริปนอนแคมป์รอบฟูจิ 2 วัน 1 คืนกันที่น้ำตกชิไรโตะ(Shiraito falls) กันเป็นที่แรกเลย น้ำตกชิไรโตะ ตั้งอยู่ที่เมืองฟูจิโนะมิยะ (Fujinomiya) จ.ชิซุโอกะ (Shizuoka) เป็นน้ำตกที่สวยมาก น้ำที่ไหลลงมาเป็นสายนั้น สวยงามราวเส้นไหมเส้นบางๆ ซึ่งน้ำในน้ำตกแห่งนี้คือหิมะที่ละลายของภูเขาไฟฟูจิ

Credit:Chill Chill Trip

จุดชมวิวแห่งชาติและอนุสรณ์สถานทางธรรมชาตินี้ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 น้ำตกที่ดีที่สุดในญี่ปุ่นในปี 1990 ใกล้กับน้ำตกชิไรโตะ ที่สามารถเดินขึ้นบันไดไปชมได้ไม่ไกลกันนั้น คือน้ำตกโอโตโดเมะ(Otodome falls) อันยิ่งใหญ่ หากมีเวลาลองไปกันดูนะ สวยงามประทับใจเลย

Credit:Chill Chill Trip

หิมะละลายและไหลออกมาจากหน้าผาระหว่างชั้นภูเขาไฟฟูจิที่เป็นชั้นที่น้ำซึมเข้าได้ กลายเป็นธารน้ำไหลรวมลงมาผ่านหน้าผาโค้งที่มีความสูง 20 ม. และกว้าง 150 ม. เป็นน้ำตกสวย ที่เดินทางมาชมได้ตลอดทั้งปี

Credit:Chill Chill Trip

สำหรับการแนะนำช่วงเวลาที่มาชมใบไม้เปลี่ยนสีคือ ราวต้นเดือนพฤศจิกายน ที่จะเห็นใบไม้เปลี่ยนสี

Credit:Chill Chill Trip

ส่วนเวลาถ่ายภาพที่จะไม่มีเงาที่น้ำตกมากเกินไป ถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำช่วงเวลาเที่ยงนะ จะได้ถ่ายรูปได้สวยพอดี

Credit:Chill Chill Trip

Shiraito falls

WebsiteShiraito falls
การเดินทางจากสถานี JR Fujinomiya –> นั่งรถบัสต่ออีก 30 นาที (Fujikyu-Shizuoka) * รถบัสออกราวทุกครึ่งชั่วโมง ลงที่ป้าย 白糸の滝 (Shiraito no Taki หรือ Shiraito falls entrance)

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)

ถ้าใครที่มากับครอบครัวแล้วก็ชอบสัตว์ด้วย เราจะแนะนำสวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden) ชมสวนดอกไม้ สวนนกมากกว่า 30 ชนิด และสัตว์น่ารักๆ อีกมากมายที่จังหวัดชิซุโอกะ (Shizuoka) ทางผ่านของทริปเรานี่เอง เป็นพันธุ์ไม้ที่สวยตลอดปี

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)

Credit:Chill Chill Trip

ภายในโรงเรือนจะมีดอกไม้ตามฤดูกาลที่สวยงามมากๆ สิ่งที่เราชอบมากๆคือ ดอกไฮเดรนเยียที่มีความหลากหลายพันธุ์ หากจะชมไฮเดีนเยีย แนะนำมาช่วงเดือนกรกฏาคมนะ

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)

Credit:Chill Chill Trip

แล้วเราก็มาเดินเล่นตามโซนต่างๆ ชมสัตว์มากมายที่อยู่ด้านในแบบใกล้ชิด แล้วยังมีมุมขายอาหารสัตว์ในราคาไม่แพงด้วย

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)

Credit:Chill Chill Trip

จริงๆไฮไลต์ของสวนนี้คือ นกฮูกนะ ที่มีมากมายหลายตัวเนื่องจากที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์นกฮูก รอบการแสดงคือ 10:30 และ 13:30 ซึ่งรอบบ่ายเค้าจะไปโชว์ที่ด้านนอกตรงสระน้ำ ** อาจมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่ และฤดูร้อนเค้าเปิดรอบ 15:00 เพิ่มด้วย

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)

Credit:Chill Chill Trip

ไปเดินเที่ยวด้านนอกกันบ้าง รู้ไหมคะว่าที่นี่เป็นฟาร์มนกอีมูด้วยนะ อีมูเป็นนกท้องถิ่นของออสเตรเลีย นิสัยใจดีค่ะ เค้าเลี้ยงแบบเหมือนในป่าและนักท่องเที่ยวก็เดินไปชมใกล้ๆได้เลย ใกล้ชิดว่าพวกสวนสัตว์ซาฟารีอีกเน้อ นกอีมูสามารถวิ่งด้วยความเร็วค่อนข้างสูงที่ 40 กม. / ชม.เรายังเพลิดเพลินกับการให้อาหารนกด้วยมือได้

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden)

Credit:Chill Chill Trip

สวนฟูจิคะโจเอ็น ( Fuji Kachouen Garden

การเดินทางจาก JR Fujinomiya Sta. นั่งรถบัส Fujikyuko Bus ⇒ ลงที่ป้าย Fujioka Iriguchi ⇒ เดินต่อประมาณ 10 นาที

ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji)

แล้วเราก็เดินทางต่อไปกินลมชมวิว ทานข้าวเที่ยงกันต่อในเส้นทางรอบภูเขาไฟฟูจิ เราแวะกันที่ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji) เป็นทะเลสาบที่มีขนาดเล็กที่สุดในบรรดาทะเลสาบทั้ง 5 รอบภูเขาไฟฟูจิ และเป็นจุดทำกิจกรรมทางน้ำ เช่น พายเรือแคนู ตกปลา

ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji)

Credit:Chill Chill Trip

จริงๆด้านหน้าของเราคือวิวภูเขาไฟฟูจินะ แต่ช่วงที่เราไปอากาศเปลี่ยนนิดหน่อย ทำให้ที่ยอดภูเขาไฟฟูจิมีเมฆบังตลอดทั้งวันเลย

ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji)

Credit:Chill Chill Trip

เที่ยงนี้เราก็ทำอะไรทานที่ง่ายๆแล้วกัน คือแค่เติมน้ำร้อนก็อุ่นอาหารได้แบบว่าเหมือนเอาออกมาจากเตาเลย

ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji)

Credit:Chill Chill Trip

เมนูนี้เป็นแบบเผ็ดนิดๆ แต่ว่าได้ความเผ็ดร้อนดีมาก ถ้าไม่ได้เตรียมมาเราก็สามารถแวะซื้อเบนโตะที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้นะ สำหรับเผ็ดแซ่บแบบไทยๆนี้ มาจากผลิตภัณฑ์ของพิมรี่พาย

ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji)

Credit:Chill Chill Trip

ทะเลสาบโชจิ

Websiteเว็บไซต์รถบัส
การเดินทางจากสถานี Kawaguchiko นั่งรถบัส Blue line โดยจะใช้เวลาในเดินทางประมาณ 25 ถึง 40 นาที ลงที่ป้าย 84 Shoji

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

ก่อนจะออกเดินทางกันต่อ ในเส้นทางที่จะไปตั้งแคมป์ โดยเราแวะที่นารุซาวะ (Narusawa) ที่อยู่ทางผ่าน ตรงนี้มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับหินของฟูจิ ชื่อว่า Narusawa Mt. Fuji Museum ซึ่งมีหลากหลายชนิดมากๆ ที่สำคัญคือชมฟรีด้วยนะ

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

นึกว่าด้านในจะมีแต่หินเรียงราย ที่ไหนได้มีไดโนเสาร์ T-REX ขนาดใหญ่ด้วยจ้า เด็กๆคงจะตื่นเต้นมากๆ แม้จะขยับตัวไม่ได้แต่ก็สร้างความสนุกสนานได้มาก

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

ระยะทางสั้นๆ ประมาณ 40 เมตรแต่เอาสิ หยุดถ่ายรูปนานกว่าเด็กๆอีก มีแสงสีเสียงเป็นระยะ

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

ที่จังหวัดยามานาชิ (Yamanashi) เป็นแหล่งขุดหินแร่ที่มีชื่อเสียงมากๆ และที่นี่เราจะได้เห็นหินแร่สีสันต่างๆมากมายหลายชนิด

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

มีการจำลองโลกที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เช่น แมกม่าและน้ำบาดาลภายในภูเขาไฟฟูจิ พร้อมโมเดลโปร่งใสขนาดใหญ่ของภูเขาไฟฟูจิ ที่แสดงว่าภูเขาไฟฟูจิยังมีชีวิตอยู่

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

เมื่อเดินชมหินสวยต่างๆกันพอสมควรแล้ว ก็เข้ามาอยู่ต่อกันที่โซนขายของฝาก ที่มีหินนำโชคของแต่ละราศี

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

สำหรับโซนด้านนอก ถัดไปไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์ Narusawa Mt. Fuji Museum ก็มีบ่อน้ำที่มีน้ำไหลมาจากภูเขาไฟฟูจิ เราสามารถนำขวดน้ำมากรอกน้ำเอากลับบ้านได้

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

ใกล้กันก็มีโซนขายผัก ผลไม้ท้องถิ่น ร้านอาหาร ห้องน้ำไว้บริการ เราว่าไฮไลต์ของการท่องเที่ยวแต่ละทริปของเราคือ การหาของกินนี่แหล่ะ

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

ผลไม้ตามฤดูกาลช่วงปลายร้อนต้นหนาว ราวตุลาคมก็จะเป็นองุ่น อร่อยมากๆ และสาลี่ที่หวานสุดๆ ดังนั้นการออกทริปแบบนี้ อย่าลืมพกมีดมาปอกเปลือกกันด้วยนะ

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Credit:Chill Chill Trip

พิพิธภัณฑ์นารุซาวะภูเขาไฟฟูจิ Narusawa Mt. Fuji Museum

Websiteเว็บไซต์รถบัส
การเดินทางจากสถานี Kawaguchiko นั่งรถบัส Blue line โดยจะใช้เวลาในเดินทางประมาณ 25 ถึง 40 นาที ลงที่ป้าย 84 Shoji

แคมป์ Totonow camp

จากนั้นก็ได้เวลาแห่งความสนุกกันแล้วสินะ เรามาถึงที่ตั้งแคมป์ Totonow camp ประมาณเกือบ 5 โมงแล้ว ก็รีบกางเต็นท์กันเลย แว่วๆว่างานนี้มีคนอู้งาน ฮ่าๆ เต็นท์สวยอยู่ได้ไม่นานฝนก็ตกกระหน่ำเลยจ้า หลบฝนเงียบๆกันสองคนในเต็นท์ สำหรับการจองที่พักคืนนี้ เราได้จองผ่านเว็บไซต์มาล่วงหน้าแล้ว แคมป์นี้ตั้งอยู่ในโซนคาวากูจิโกะ(ห่างจากสวนสนุกฟูจิคิวไฮแลนด์ประมาณ 7 นาทีโดยรถยนต์) คนละ 1000 เยน/คืน

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

หลังจากฝนตกอย่างสะใจเค้าแล้ว เช้ามาเราก็จะได้บรรยากาศเย็นๆ ชื้นๆสักหน่อย เพื่อนๆที่ชอบนอนแคมป์บ่อยๆ คงเข้าใจดีเรื่องห้องน้ำ ที่นี่ก็เช่นกัน เป็นพื้นที่ตั้งแคมป์ของที่นี่ยังใหม่มากๆ ไม่มีสุขาและที่อาบน้ำจ้า ใครที่รักษาสุขอนามัยมากๆ ต้องเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดตัวกันเองนะ หรือจะเลือกไปแช่ออนเซ็นใกล้ๆก็ได้ (แต่เค้ากำลังปรับปรุงแคมป์นะ ต่อไปน่าจะดีขึ้น)

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

ฝั่งตรงข้ามที่ตั้งแคมป์ จะมีสวนสาธารณะ นั่นแหล่ะสวรรค์ของเรา ดังนั้นเพื่อความไม่ต้องเดินไกล เตรียมอุปกรณ์กันเองเน้อ เอาล่ะ เช้านี้เราก็ตื่นมาด้วยความงัวเงีย ตั้งเตาต้มน้ำชงกาแฟกันก่อนดีกว่า

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

เช้านี้ 6.00 น. เราไม่ได้ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นนะเพราะว่าอยู่กลางป่า และฝนตกปรอยๆ เราเลยมีเวลาชิลๆ เตรียมอาหารเช้ากัน น้ำเดือดแล้ว เตรียมชงกาแฟกัน

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

เช้านี้ ดื่มกาแฟและทานขนมปังจากร้านโนแวร์ (Cafe & activity nowhere) ของจ.ฟุกุชิมะ (Fukushima) ที่เราหอบกันมา รองท้องกันก่อน กาแฟของที่นี่หอมสุดๆ เลย

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

ดื่มไปก็มองรอบๆไป การได้มานอนในป่าและตื่นมาได้กลิ่นดิน ช่างมีความสุขจริงๆ ฟังเสียงธรรมชาติได้ชัดเจน ได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ตกกระทบกับผ้าเต็นท์เลยนะ

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

รูปก็อยากถ่าย ข้าวก็อยากกิน กาแฟก็อยากดื่ม ฮ่าๆ จัดเรียงการทำอาหารกันแทบไม่ถูกเลยทีเดียว มาทำอาหารเช้ากันต่อละกัน

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

สำหรับพวกเราแล้ว อาหารเช้าสำหรับคนไทยก็ยังสำคัญเสมอ เช้านี้จัดผัดไทกันแต่เช้า เราเอาแบบกึ่งสำเร็จรูปมา ต้มในน้ำแป๊บเดียว ใส่ผักและลูกชิ้นและปูอัด จากนั้นใส่เครื่องปรุงในซอง ก็ได้อาหารเช้าอร่อยๆแล้วนะเออ

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

เป็นอย่างไรบ้างคะ หน้าตาอาหารเช้าของเรา น่าทานไหม เห็นหน้าคนทำแล้วต้องมั่นใจในความอร่อยแน่นอน (ขณะที่เขียนคือถูกมีดจี้คออยู่)

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

ที่สุดแห่งความพีคคือเรามีผลไม้ทานด้วยนะ เป็นองุ่นของจ.ยามานาชิ เมื่อใส่แก้ว ใส่น้ำแล้ว เอิ่ม..นี่คือ น้ำองุ่นแหล่ะเนอะ

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

ทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วก็ได้เวลาไปเดินเล่นถ่ายรูปกัน เรามีเวลาเหลือประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะเริ่มเก็บเต็นท์กัน วิ่งรอบแคมป์เลยจ้า

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

แล้วเวลาที่พวกเราออกทริปกันนะ ก็ไม่รู้ว่าทำไมจะต้องมีเรื่องนั่นนี่มาให้ขำตลอดเวลานะ อย่าให้เล่าเลย เดี๋ยวจะได้เรียกว่าไปทำวีรกรรมกัน

แคมป์ Totonow camp

Credit:Chill Chill Trip

แคมป์ Totonow camp

Websiteเว็บไซต์รถบัส
การเดินทางจากป้าย Fuji Midorino Kyukamura นั่งรถบัสลงที่ป้าย Mt.Fuji Station จากนั้นนั้งรถบัสทางไป Yamanashi-sekijuji-byoin ลงที่ป้าย Fujikawaguchi-kokoko เดินต่ออีก 1.6 กิโลเมตร

ถ้ำลมฟูจิฟุกาคุ Fugaku Lava Cave

Credit:Chill Chill Trip

ถ้ำลมฟูจิฟุกาคุ Fugaku Lava Cave

Websiteถ้ำลมฟูจิฟุกาคุ Fugaku Lava Cave
การเดินทางจากสถานี Kawaguchiko นั่งรถบัสลงที่ป้ายรถประจำทาง wind cave หรือ ice cave

ทะเลสาบยามานาคา (Lake Yamanaka)

แล้วเราก็มานั่งกินลมชมวิวกันต่อกันที่ทะเลสาบยามานาคา (Lake Yamanaka) เนื่องจากที่นี่เป็นทะเลสาบที่จอดรถง่าย วิวสวย เหมาะจะเป็นที่สำหรับนั่งชมวิว มีหงส์ว่ายน้ำมาเป็นระยะๆ

ถ้ำลมฟูจิฟุกาคุ Fugaku Lava Cave

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่มีสะพานไม้ยาวทอดริมทะเลสาบ สามารถเดินเล่น ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินได้แบบว่าโรแมนติกมากๆ

ถ้ำลมฟูจิฟุกาคุ Fugaku Lava Cave

Credit:Chill Chill Trip

ทะเลสาบยามานาคา (Lake Yamanaka)

Websiteเว็บไซต์รถบัส
การเดินทางจากสถานี kawaguchiko นั่งรถบัสสาย green line ลงที่ป้าย 159 Yamanakako Community Plaza (แนะนำซื้อพาสรถบัส)

ร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)

แล้วเรามาปิดทริปสวยๆกันที่เนื้อย่างกันเถอะ การหาร้านก็มาจากกูเกิ้ลก่อน แล้วเช็คเวลาเปิดให้บริการ แล้วขับรถไปตามเลยจ้า เรามาอยู่ที่ร้าน ซึ่งถือว่าเป็นร้านของท้องถิ่นที่ได้รับความนิยมพอสมควร มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ

ร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)

Credit:Chill Chill Trip

แต่สำหรับใครที่ชอบทานบุฟเฟต์ ร้านนี้อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกนะ เพราะมีแต่เมนูเป็นจานๆไป สามารถถามเมนูแนะนำจากพนักงานได้เลย ใจดีมากๆ

ร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)

Credit:Chill Chill Trip

เนื้อย่างมื้อนี้ของเรา เป็นเนื้อนุ่มๆ ในราคาสองคน มีข้าวสองถ้วย เนื้อ 400 กรัม และผัก 1 จาน รวมถึงโค้ก 2 แก้ว ในราคาประมาณ 4000 กว่าเยน และไม่ต้องจองล่วงหน้าจ้า

ร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)

Credit:Chill Chill Trip

ร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)

Websiteร้านเนื้อย่างกิวฉะ (Gyusya)

ออนเซ็นเซ็นซุย (Sensui)

หากใครมีเวลาว่างต่อ สามารถไปแช่ออนเซ็นกันได้อีกนะ ที่อาบน้ำนี้มีชื่อว่าเซ็นซุย (Sensui) เป็นทั้งร้านอาหารและออนเซ็น เดินเข้าได้สองทางจ้า แนะนำว่าไปเข้าอีกด้านนะ เพราะในภาพคือเข้าทางร้านอาหารสำหรับคนมาทานข้าวและอาบน้ำ ราคาผู้ใหญ่คนละ 800 เยน /เด็กประถม 500 เยน อาบแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าหอมๆ สบายตัวมากเลย บ่อกลางแจ้งที่นี่สวยมาก ถ้าอากาศดีมองเห็นยอดภูเขาไฟฟูจิด้วยนะ จบละทริป 1 วันแบบคุ้มสุดๆเลย

Credit:Chill Chill Trip

ออนเซ็นเซ็นซุย (Sensui)

Websiteออนเซ็นเซ็นซุย (Sensui)
เวลาเปิด-ปิดวันธรรมดา เวลา 11:00 ถึง 22:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 21:30 น.)
วันหยุด เวลา 10.00 – 23.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 22.30 น.)

ติดตามข้อมูลอัพเดทเพิ่มเติมที่

FacebookChillChillTrip
IGChillChillTrip
YouTubeChillChillTrip
ClubhouseChillChillTrip
  1. 1 เฟอเรท (Ferret) วิธีเลี้ยง อาหาร นิสัยของเจ้าเฟอเรทที่มาพร้อมกับความซุกซนอันแสนน่ารัก
  2. 2 ปลาหมาน้ำ หมาน้ำ หรือเจ้าปลาตีนเม็กซิโก – ซาลาแมนเดอร์ มาทำความรู้จักสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกันเถอะ
  3. 3 ตะพาบน้ำเผือก Albino Chinese Softshelled Turtle มาทำความรู้จักวิธีการเลี้ยงดู อาหารของเจ้ากระดองสีสันสดใสกับแววตาซุกซน
  4. 4 กระรอกบิน ชูก้า ไกลเดอร์ (Sugar glider) มารู้จักนิสัย ราคา การเลี้ยงดู อาหาร ตากลมแบ๊วแสนน่ารักแต่นิยมการผาดโผน
  5. 5 ลิงมาโมเสท Marmoset อาหาร การเลี้ยง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลี้ยงเจ้าลิงตัวเล็ก ที่มีขนาดแค่500 – 700 กรัม