เที่ยวฟุกุชิมะ (Fukushima) 3 วัน 2 คืน กับYUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS เปิดประสบการณ์พักเรียวกังหรู พร้อมเล่นหิมะสุดมันส์ที่ลานหิมะ Ashinomaki Onsen Snow Park เมืองAizuwakamatsu

แจกทริปสนุกๆหน้าหนาวหิมะฟูๆที่เมืองไอสึวาคามัทสึ (Aizuwakamatsu) เดินทางง่ายจากโตเกียว ใช้ Tobu pass กันเลยจ้า

สารบัญ

  1. ซื้อ YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS
  2. Tokyo Sky Tree
  3. เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)
  4. Ashinomaki Onsen Snow Park
  5. หมู่บ้านโออุจิจูกุ
  6. ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance
  7. ศาลเจ้า คาซามะ อินาริ (kasama Inari)
  8. Tsurugajo Kaikan
  9. วัดเซ็นโซจิ(Sensoji Temple)
  10. Tōbu-Asakusa Sta.

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

ไอสึ (Aizu) เป็นชื่อเรียกหนึ่งในอาณาจักรที่สำคัญของจ.ฟุกุชิมะ (Fukushima) ที่มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่น่าเรียนรู้มากๆ ด้วยเกี่ยวข้องกับซามูไรที่มีชื่อเสียงในอดีตมากมาย และนอกเหนือจากนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยม เดินทางมาเที่ยวได้ตลอดปี และครั้งนี้เราเลือกมาในฤดูหนาวและเราจะเลือกการเดินทางโดยใช้ Tobu pass
พาสของ Tobu มีราคาไม่แพงมาก (7 พันกว่าเยน) และเหมาะแก่ผู้ที่ชอบนั่งรถไฟผ่านแม่น้ำ ภูเขา เดินทางง่ายๆไม่รีบร้อน เริ่มต้นทริปจากอาซาคุสะ(Asakusa)หรือ Tokyo Sky Tree ได้ โดยซื้อพาส YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS พาสมีอายุการใช้งานถึง 4 วัน เอาล่ะเดี๋ยวเราแปะรายละเอียดการซื้อไว้ให้นะ ตอนนี้เรามาเตรียมเดินทางกัน เริ่มที่สถานี Tokyo Sky Tree

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

Credit:Chill Chill Trip

Tokyo Sky Tree

หากไม่แน่ใจว่าต้องมาขึ้นรถไฟที่ไหน ก็ให้มาที่โตเกียวสกายทรีเลยจ้า สถานีก็อยู่แถวด้านล่างทาวเวอร์นี่เลย เดี๋ยวจะเห็นป้ายบอกทางเรื่อยๆ

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

Credit:Chill Chill Trip

การเดินทางไปไอสึ (Aizu) จะเริ่มช่วงก่อนเที่ยง ดังนั้นหากมีเวลา แนะนำมาตอนเช้าเพื่อถ่ายรูปรอบๆก่อน ถ้ามาช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์อาจจะเจอคาวาซุซากุระด้วยนะ (Kawazu zakura)

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

Credit:Chill Chill Trip

บรรยายความสวยงามไม่หมด เพราะว่าประทับใจจริงๆ แม้ว่าจะมีอยู่แค่ต้นเดียวแต่ที่นี่ก็เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมเลยนะ

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

รถไฟของเราจะมาถึงในเวลาราว 11 โมงเช้า เลยมีเวลาขึ้นไปเดินเล่นที่โตเกียวสกายทรี (Tokyo Sky Tree) ดังนั้น ขึ้นไปเลยจ๊ะ วิวตอนเช้าสวยเน้อ

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 8.00 น. – 22.00 น. เลยได้มีโอกาสชมวิวของโตเกียวในช่วงที่แดดอ่อนๆ สบายๆ หากวันไหนอากาศดี ฟ้าโปร่ง เราจะเห็นภูเขาไฟฟูจิด้วยนะ

YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS

Credit:Chill Chill Trip

เพิ่งเห็นว่าโตเกียวมีขนาดใหญ่มากๆเลย นี่ขนาดเห็นแค่มุมเดียวนะ ในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเราว่าคงจะสวยกว่านี้แน่นอนหากต้องการซื้อเครื่องดื่มหรือเสบียงไว้ดื่มระหว่างทาง สามารถแวะร้านสะดวกซื้อก่อนได้

Tokyo Sky Tree

Credit:Chill Chill Trip

Tokyo Sky Tree

ที่อยู่1-1-2 Oshiage, Sumida, Tokyo 131-0045
เวลาทำการ8.00 น. – 22.00 น.
ราคามีทั้งราคาวันธรรมดาและวันหยุดและแยกดังนี้ : ขั้นไปทั้งชั้น 350 + ชั้น 450 / ขึ้นไปเฉพาะชั้น 350
WebsiteTokyo Sky Tree
การเดินทางลงที่สถานี Oshiage Station โดยรถไฟสาย Hanzomon Line (รถไฟใต้ดิน) / ลงที่สถานี Tokyo Skytree โดยรถไฟสาย Tobu Skytree Line / ตรวจเช็คเส้นทางอื่นได้จากเว็บไซต์ของที่นี่

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

จากนั้นได้เวลามาเตรียมรอขึ้นรถไฟกัน ชิลชิลทริปอยากแนะนำเพื่อนๆที่เพิ่งเคยเดินทางในรูทนี้ว่าให้มาก่อนเวลา สัก 1 ชั่วโมง ตรวจสอบสถานี ชานชลา และเส้นทางก่อน ค่อยเดินเล่นนะคะ เพื่อความไม่ผิดแผน ยื่นตั๋วแล้วขึ้นไปรอที่ชานชลาเลย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ชานชลามีแค่ 2 ฝั่งเท่านั้นเอง ง่ายและสะดวกมากเลย เราไม่ต้องสับสนกับการอ่านป้ายและการยืนรอว่าจะตรงโบกี้ไหมนะ ขบวนที่เราขึ้นนี้ เรียกว่า Riverty

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ด้านในรถไฟมีเบาะนั่งสบาย บริการฟรีไวไฟ และป้ายแจ้งก่อนถึงสถานีมีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ดังนั้นไม่ต้องกังวลใจ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ด้านในรถไฟทานอาหาร ดื่มน้ำได้จ๊ะ และระหว่างเดินทางก็จะมีเจ้าหน้าที่เข็นขนมและเครื่องดื่มมาขายในรถไฟด้วย *เราซื้อเบนโตะก่อนขึ้นรถไฟ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

และแล้วรถไฟก็มาสุดสายที่สถานี Aizu Tajima ซึ่งจากนี้เราจะต่อสายรถไฟท้องถิ่น เรียกว่า Aizu Line ไปลงที่สถานี Ashinomaki Onsen ซึ่งจะเป็นทั้งที่พักและที่ทำกิจกรรมของเราในทริปนี้

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

เมื่อรถไฟมาจอดที่สถานี Ashinomaki Onsen แล้วก็จะเจอรถของเรียวกังมารับ แน่นอนว่าเราต้องแจ้งรอบเวลาล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่เรียวกังก่อนอย่างน้อย 1 วัน คืนนี้เรามาพักที่ เรียวกังชื่อดัง โอคาวาโซ (Ookawaso) และความพิเศษคือมีเจ้าหน้าที่คนไทยคอยประสานงานให้ด้วยนะ สะดวกมากๆ สามารถติดต่อได้ที่เฟซบุ๊คภาษาไทยของเรียวกังได้เลย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

บรรยากาศทางเข้าก่อนไปถึงเรียวกัง จริงๆที่นี่สามารถเดินเล่นได้นะ เพราะเป็นหมู่บ้านน้ำพุร้อน มีร้านค้า ร้านอาหารประปราย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่โด่งดังในเรื่องการแสดงดนตรีสดชามิเซ็งมากๆ ด้วยเป็นการแสดงโบราณที่คงคุณค่าด้านศิลปะวัฒนธรรมมากจริงๆ จัดการแสดงตั้งแต่เวลา 16.00 – 18.00 น.

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ภายในเรียวกังนอกจากจะมีห้องโถงรับรองที่ใหญ่แล้ว เรายังสามารถใช้เวลาเพลิดเพลินไปกับการจับจ่ายสินค้าท้องถิ่นที่ร้านค้าด้วย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

และเรื่องของอาหารค่ำที่ไม่พูดถึงก็ไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นเซ็ทอาหารค่ำไคเซกิที่รวมในค่าห้องปกติ แต่ถ้าอยากได้ความพรีเมี่ยม สามารถสั่งเพิ่มอัพเกรดได้นะ ก็จะมาสวยๆแบบนี้เลย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ชอบในความตะมุตะมิของการจัดเรียง ที่ต้องใช้ศิลปะในการทำควบคู่ไปกับการปรุงรสชาติอาหารที่ดีด้วย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

เราเลือกพักห้องที่ออกแบบใหม่ของปี 2021 นี้ ชื่อว่าห้อง Yoimachitei -Aizumomennoma ซึ่งให้ความเป็นท้องถิ่นมากด้วยใช้ผ้าฝ้ายไอสึที่มีประวัติมากว่าร้อยปีมาใช้ในงานออกแบบด้วย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

จิบชาร้อนไป ก็ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามด้านนอกไปด้วย วันนี้ขอพักผ่อนช้าๆแล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยลุยกันต่อ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

วันนี้ขอแช่ออนเซ็นให้หายคิดถึงก่อนนะ สามารถจองแช่แบบส่วนตัวได้เลยนะ 45นาที/ครั้ง ในราคา 3300 เยน จริงๆที่นี่ก็ยังมีอีกหลายบ่อแบบแช่รวมด้วยนะ เอาเป็นว่า ฟินให้สุดๆ แช่ให้ครบทุกบ่อ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

บ่อแช่ออนเซ็นที่มีชื่อเสียงที่สุดของที่นี่ เรียกว่า Shiki Butai Tanada ซึ่งมีลักษณะแบบนาข้าวขั้นบันได ขณะที่แช่ไปก็มองเห็นท้องฟ้า สายน้ำ ภูเขา ฟินสุดๆ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

อาหารเช้าของที่นี่เป็นแบบบุฟเฟต์นะ มีทั้งแบบตะวันตก ขนมปังที่ทำเองและแบบอาหารญี่ปุ่น พิเศษคือมีการทำทามาโกะยากิให้ชมแบบสดๆด้วย เพลินมากเลย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ที่ชอบมากๆคือ บุฟเฟต์ของโรงแรมที่มีอาหารให้เลือกทานมากมายและเติมเต็มตลอดเวลา แม้ว่าเราจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่มาทานก็ตาม

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

Ashinomaki Onsen Snow Park

จากนั้นเราจะไปทำกิจกรรมมันส์ๆที่ลานหิมะ โดยเราจองเล่นหิมะที่ Ashinomaki Onsen Snow Park ซึ่งเป็นลานหิมะของหมู่บ้านน้ำพุร้อน Ashinomaki Onsen เดินทางได้โดยรถยนต์ของเรียวกังเพียง 5 นาทีเท่านั้นเอง

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

แม้จะไม่ได้เตรียมชุดเล่นหิมะ รองเท้าบูทยาง ถุงมือ หรืออุปกรณ์อื่นๆมา ที่นี่ก็มีให้เช่านะ แต่เพื่อความเรียบร้อย เราแนะนำว่าควรแจ้งล่วงหน้าว่าจะเช่าอะไรบ้าง โดยประสานงานกับเรียวกังโอคาวาโซได้เลย

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ได้เวลาจะเล่นแล้ว หิมะก็โปรยปรายลงมาทันทีเลยจ้า เอาล่ะๆ ดีๆ จะได้เล่นหิมะนุ่มกันละคราวนี้ ค่าเช่าเล่นก็ไม่แพงมากนะ หลักร้อยเยนเท่านั้นเอง เช่น รอบละ 600 เยน เป็นต้น

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

เรือกล้วย หรือ บานาน่าโบ๊ทที่ชิลชิลทริปแนะนำว่า ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง สามารถนั่งเดี่ยวๆ ก็ได้นะ ฮ่าๆ เอาเป็นว่า ท่านใดอย่างท้าทายความสามารถในการทรงตัวก็จัดไป

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

สำหรับคนที่ชอบความมันส์ เราแนะนำให้ลองขับเจ้านี่ดูนะ เจ้าหน้าที่บอกว่าอาจจะยากหน่อยนะ แต่พอเราได้ลองบิด เหอๆ เหยียบไปเลยลูกเพ่

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ของเล่นอื่นๆยังมีอีกเพียบเลยนะ รับรองว่าต้องกรี๊ดด้วยความสนุกและก็ต้องหันมาขำให้กันเลยล่ะ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

เด็กๆก็สามารถมาเล่นตรงนี้ได้นะ ที่นี่เค้าทำมาเพื่อครอบครัวที่มีเด็กๆ แต่ๆ เราก็ชอบน้า ฮ่าๆ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

ท้ายสุดจะไม่แนะนำบ้านกระท่อมหิมะคงไม่ได้ เพราะที่นี่ไว้เป็นที่หลบหิมะ ย่างโมจิร้อนๆกินได้ด้วยนะ ซึ่งแน่นอนว่ามีเตาถ่านให้เช่าและแถมโมจิมาด้วย ฮ่าๆ ใครแพลนมาเที่ยว ★ชั่วโมงทำการ★10: 00-15: 00 น. จ้า จากนั้นนัดรถโรงแรมมารับกลับนะ

เรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso)

Credit:Chill Chill Trip

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

จากที่นี่ เราเดินทางเที่ยวต่อ ซึ่งเรามีแพลนคือหมู่บ้านโออุจิจูกุ โดยให้รถของเรียวกังไปส่งที่สถานีรถไฟอาชิโนะมากิออนเซ็น ที่ห่างไปแค่ 10 นาที วิวระหว่างทางสวยมาก

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

เราจะนั่งรถไฟต่อไปที่สถานียูโนะคามิออนเซ็น (Yunokami Onsen)สถานีหลังคามุงหญ้าที่โด่งดัง อีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

หากมีเวลาขากลับ อยากขอแนะนำให้ลองแช่ออนเซ็นแช่เท้าที่อยู่ข้างสถานีดูนะ รับรองความสุกแบบ Medium เอ๊ย ความอุ่นสบาย จากนั้นเดินทางไปหมู่บ้านโออุจิจูกุ(Ouchijuku)ต่อด้วยรถบัสที่จอดรอข้างสถานี ปกติเค้าจะรอรับผู้โดยสารที่ลงรถไฟแต่ละรอบเสมอ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

หมู่บ้านโออุจิจูกุ (Ouchijuku) มีประวัติยาวนานกว่า 400 ปีเชียวนะ ทัศนียภาพยังคงไว้เหมือนเดิมแบบในอดีต

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่เคยเป็นจุดพักผ่อนบนเส้นทางเดินเท้าในอดีตที่ไปยังนิกโก้ได้ แลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูล มีที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายสินค้าที่ระลึก ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงมีอาหารท้องถิ่นที่ลองทานได้

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

อาหารแนะนำก็คงจะไม่พ้น โซบะต้นหอม ที่เรียกว่า Negi-Soba ที่ใช้ก้านต้นหอมขาวมาแทนตะเกียบ แต่ใครที่ไม่ถนัด ก็ใช้ตะเกียบทานได้นะ มันคือสีสันน่ะ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

จากนั้นก็เดินไปถ่ายรูปที่จุดชมวิวด้านบนเขาโน้น แต่ๆ เดินระวังด้วยนะเพราะว่าหิมะมันลื่นมากๆเลย

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

จบทริปก็กลับในเส้นทางเดิมเพื่อพักผ่อนที่โรงแรมอีกคืนนึง ในคืนที่สองนี้เราก็เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเล่นกันที่โซนห้องรับรองแขกได้นะ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

อาหารค่ำคืนนี้ของเรา เป็นแบบเซ็ทไคเซกิทั่วไปที่มาอยู่ในแพ็คเกจของเรียวกังอยู่แล้ว แซ่บอยู่เด้อ * ไคเซกิคือเสิร์ฟตามลำดับ

หมู่บ้านโออุจิจูกุ

Credit:Chill Chill Trip

Ouchi-juku

ที่อยู่Ouchi-Yamamoto, Shimogomachi, Minamiaizu-gun, Fukushima
เวลาทำการ 9:00 – 16:30 น.
WebsiteOuchi-juku
แผ่นที่Ouchi-juku
การเดินทางจากสถานี Aizuwakamatsu นั่งรถไฟสาย Aizu มาลงที่สถานี Yunokami Onsen จากนั้นนั่งรถบัสด้านข้างสถานีที่จอดรออยู่ ไปลงที่หน้าหมู่บ้านที่เป็นป้ายสุดท้าย ใช้เวลานั่งรถประมาณ 25 นาที ส่วนขากลับก็เดินมาขึ้นที่ป้ายเดิม ตารางขากลับสามารถรับได้ที่พนักงานขายตั๋วบนรถบัส

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

เช้านี้เดินทางต่อหลังจากที่เช็คเอาท์เรียบร้อย รถของเรียวกังโอคาวาโซ (Ookawaso) จะออกไปส่งเราเวลา 10.00 น. ที่สถานี Aizuwakamatsu ที่นี่เราสามารถฝากสัมภาระที่ด้านหน้าสถานี แล้วค่อยมานั่งรถ Aizu Loop Bus ได้ ซื้อตั๋ว 1 Day pass ตรงใกล้ๆกันกันที่ขึ้นรถบัสเลย

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

Credit:Chill Chill Trip

ลงรถบัสแล้วก็ไปเที่ยวปราสาทสึรุงะกันต่อดีกว่า หิมะก็ลงกระหน่ำมาอีกแล้ว แนะนำว่าเตรียมร่ม หรือ เสื้อที่กันน้ำมาด้วยนะ เพราะหิมะตกแล้วเสื้อผ้าเปียก (ลงรถที่ป้าย Tsuruga Castle Entrance หรือ Tsurugajo Iriguchi)

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

Credit:Chill Chill Trip

ศาลเจ้า คาซามะ อินาริ (kasama Inari)

สำหรับผู้ที่ต้องการไปไหว้ศาลเจ้าเพื่อขอเกี่ยวกับการสอบ ก็ต้องที่ศาลเจ้า คาซามะ อินาริ (kasama Inari) ที่อยู่ด้านข้างปราสาทเลย ยังเป็นศาลเจ้าที่ผู้คนนิยมมาไหว้ช่วงปีใหม่ด้วยนะ

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

Credit:Chill Chill Trip

ในสมัยเอโดะ หอคอยปราสาทได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่แต่ได้รับการปรับปรุงใหม่และกลายเป็นหอคอยปราสาทห้าชั้นแบบเดียวกับในปัจจุบัน ในช่วงปลายสงครามโบชิน ผู้สำเร็จราชการแทนโชกุนโทกุงาวะ เรียกที่นี่ว่าปราสาทอันแข็งแกร่ง เพราะสามารถต้านทานการโจมตีจากกองกำลังรัฐบาลใหม่ได้ แต่สุดท้ายก็ถูกทำลายโดยคำสั่งของรัฐบาลในปี พ.ศ. 2440

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

Credit:Chill Chill Trip

ปราสาทสึรุงะปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในปีพ. ศ. 2508 ด้านในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ บนชั้น 5 เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมือง Aizu Wakamatsu, Aizu Basin และ Mt. Bandai

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

Credit:Chill Chill Trip

จากด้านบนของปราสาท เป็นจุดชมวิวแบบพาโนรามา ที่เห็นวิวของเมืองได้ 360 องศาเลย ด้านในมีโซนที่ห้ามถ่ายภาพด้วย ระวังด้วยนะ

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

Credit:Chill Chill Trip

ปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance

ที่อยู่1-1 Otemachi , Aizuwakamatsu City, Fukushima
ค่าเข้าผู้ใหญ่ 500 เยน (รวมค่าเข้าปราสาท+พิธีชงชาที่เรือนชงชา) / เข้าแค่ปราสาท คนละ 410 เยน
เวลาทำการ 8.30-17.00น.(ปิดรับ 16.30) สำหรับด้านนอกปราสาทสามารถมาได้ตลอดเวลา
Websiteปราสาทสึรุงะ Tsuruga Castle Entrance
การเดินทางจากสถานี Aizuwakamatsu นั่งรถบัส Haikara -san Bus / Akabe Bus โดยซื้อตั๋ว One day pass ราคา 600 เยนที่ด้านหน้าสถานีตรงจุดขายตั๋วข้างนอก แล้วมาลงที่ป้าย Tsurugajo iriguchi เดินต่อ 5 นาที /นั่งแท็กซี่ ราคาประมาณ 2500 เยน

Tsurugajo Kaikan

ใกล้กันยังมีจุดให้แวะซื้อของฝาก หรือทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ เช่น ระบายสีตุ๊กตาวัวแดงหรืออาคะเบโกะ และร้านอาหารท้องถิ่น

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

ตุ๊กตาพื้นเมือง หรือ ตุ๊กตาล้มลุกชื่อว่า Okiagari Koboshi เป็นตุ๊กตาความเชื่อแห่งความโชคดี และเมื่อซื้อกลับบ้าน ต้องซื้อเพิ่ม 1 ตัวจากจำนวนสมาชิกในครอบครัวด้วยนะ

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

ขนมนี้เรียกว่า อาวะมันจู เป็นขนมท้องถิ่นแป้งนุ่มไส้ถั่วแดงกวน ทำสดๆใหม่ๆเลย ซื้อทานเล่นๆดูก็อร่อยนะ

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

ฝนตกพายุร้องก็ไม่ต้องหวั่น เพราะด้านในนี้มีทั้งของฝากมากมายให้ได้เดินซื้อกันเพลินไปเลย

Credit:Chill Chill Trip

หากจะลองทานอาหารท้องถิ่นก็เรียกว่าไม่ผิดหวังเพราะรสชาติดีเลยล่ะ ทานก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับสถานีก็ได้นะ

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

จริงๆ รูทเที่ยวของเส้นทางนี้ยังมีอีกเพียบนะ ถ้าหากมีเวลาก็อยากให้อยู่เที่ยวต่อเพราะว่ายังมีอีกหลายสถานที่ๆน่าไปเดินชมมากๆเลย เวลากลับก็ขึ้นรถที่ป้ายเดิมได้ เพราะรถบัสจะขับวนมาที่สถานีไอสึวาคามัทสึ (Aizuwakamatsu) เหมือนเดิม จากนั้นก็เดินทางต่อเลยจ้า

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

วัดเซ็นโซจิ(Sensoji Temple)

สำหรับเพื่อนที่เดินทางกลับ แนะนำลงที่สถานีโทบุอาซาคุสะ(Tobu Asakusa station)ก็ได้ แล้วเดินต่อมาที่วัดเซ็นโซจิ(Sensoji Temple) ซึ่งอยู่ห่างกัน ราว 5 นาที เพื่อจะได้มาพักผ่อนและเดินเล่นที่นี่ก่อน หรือพักโรงแรมแถวนี้ก็ได้

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

อาซาคุสะคือย่านที่มีชื่อเสียง ถนนที่เดินไปสู่วัดเซ็นโซจิ(Sensoji) เรียกว่า ถนนนากามิเสะ และมีประตูคามินาริ เป็นศูนย์กลาง

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของฝาก และถือว่าเป็นย่านการค้าแห่งหนึ่งเลยล่ะ ได้บรรยากาศญี่ปุ่นสุดๆ ก่อนที่จะแยกตัวไปพักผ่อนกันต่อ เราหวังว่า คงทำให้เพื่อนๆได้มีอีกหนึ่งทริปสนุกๆกันบ้างนะคะ

Tsurugajo Kaikan

Credit:Chill Chill Trip

Tōbu-Asakusa Sta.

รายละเอียด พาส YUTTARI (relaxing) AIZU TOBU FREE PASS *แนะนำซื้อล่วงหน้าที่สถานีโทบุอาซาคุสะในตึก EKIMISE

Tōbu-Asakusa Sta.

ที่อยู่11 Naito-machi, Shinjuku-ku, Tokyo 160-0014
วิธีการซื้อตั๋วเข้าในตึก Ekimise ที่ชั้น 1 มีจุดขายตั๋วและประชาสัมพันธ์ของ Tobu สามารถติดต่อซื้อตั๋วได้ที่ตรงจุดนี้
WebsiteTōbu Pass (Aizu)
Websiteทัวร์ภายในประเทศญี่ปุ่น
การเดินทางสถานี Tobu Asakusa มีรถไฟสายหลักๆคือ Asakusa line และ Ginza line ถ้านั่งรถไฟจากสถานีชินจูกุนั่งสาย Yamanote แล้วเปลี่ยนขบวนนั่งสาย Ginza ไปลงที่สถานี Asakusa แล้วออกทางออก 7 ก็เจอเลยจ้า
  1. 1 เฟอเรท (Ferret) วิธีเลี้ยง อาหาร นิสัยของเจ้าเฟอเรทที่มาพร้อมกับความซุกซนอันแสนน่ารัก
  2. 2 ปลาหมาน้ำ หมาน้ำ หรือเจ้าปลาตีนเม็กซิโก – ซาลาแมนเดอร์ มาทำความรู้จักสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกันเถอะ
  3. 3 ตะพาบน้ำเผือก Albino Chinese Softshelled Turtle มาทำความรู้จักวิธีการเลี้ยงดู อาหารของเจ้ากระดองสีสันสดใสกับแววตาซุกซน
  4. 4 กระรอกบิน ชูก้า ไกลเดอร์ (Sugar glider) มารู้จักนิสัย ราคา การเลี้ยงดู อาหาร ตากลมแบ๊วแสนน่ารักแต่นิยมการผาดโผน
  5. 5 ลิงมาโมเสท Marmoset อาหาร การเลี้ยง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลี้ยงเจ้าลิงตัวเล็ก ที่มีขนาดแค่500 – 700 กรัม