เที่ยวไซตามะ(Saitama) 1 วัน ชมพิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan” เมือง KASUKABE เป็นต้นกำเนิดของเรื่องราวชินจังจอมแก่น เมืองแห่งการ์ตูนชินจัง

ความท้าทายใหม่ที่ออกโดยหน่วยงานป้องกันภัยพิบัติในญี่ปุ่น “RyuQkan” (ริวคิวคัน) (Metropolitan Area Outer Underground Discharge Channel) ชมแม่น้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นช่องระบายน้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก่อนไปพบความสนุกแบบชินจังและไปช้อปปิ้งที่ Michi no Eki Showa

สารบัญ

  1. พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”
  2. ร้านกาแฟ kiaoracoffee
  3. LaLa garden KASUKABE
  4. Michi no Eki Showa

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan” ตั้งอยู่ที่เมืองคาสุกะเบะ(Kasukabe city) จ.ไซตามะ (Saitama) หากใครไม่รู้จักเมืองนี้ล่ะก็ ก็ต้องนึกถึงชินจังจอมแก่นแทน เพราะที่นี่คือบ้านเกิดของชินจังล่ะ

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

ระบบป้องกันภัยพิบัติระดับโลกของญี่ปุ่นนี้เพิ่งเปิดให้บุคคลภายนอกได้เข้าชมเมื่อปี 23 มีนาคม 2019 นี้เอง ซึ่งช่องระบายน้ำใต้ดินในเขตปริมณฑลเป็นหนึ่งในช่องทางระบายน้ำใต้ดินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

ก่อนที่จะทำช่องระบายน้ำใต้พิภพนี้ รอบๆเมืองแห่งนี้เคยเจอเหตุการณ์น้ำท่วมหนักมาหลายครั้ง การทดลองสร้างสถานที่นี้ขึ้นมาทำให้น้ำที่เคยท่วมหนักได้รับการระบายอย่างรวดเร็ว เรียกว่าจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

ด้านในพิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”(ริวคิวคัน) จะมีจุดให้ชมลักษณะของแม่น้ำมากมายที่อยู่รอบเมือง แม่น้ำสายเล็กๆถ้าระบายน้ำไม่ทันในช่วงฤดูฝนและช่วงมรสุม จะเอ่อล้นท่วมบ้านเมือง การรวมน้ำมาไว้ที่เดียวแล้วปล่อยลงสู่แม่น้ำเอโดะ (Edo river) สายหลักของประเทศจึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

การเข้ามาชมพิพิธภัณธ์สามารถทำได้ด้วยการจองจากอินเตอร์เน็ตเพราะรับจำนวนจำกัด/รอบและต่อวัน มาถึงแล้วแจ้งชื่อที่เจ้าหน้าที่ จ่ายเงินแล้วรับตั๋วและสติกเกอร์มาแปะที่เสื้อ เท่ดีเนอะ (มีคู่มือชมภาษาอังกฤษ)

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

เราขึ้นไปที่ชั้นสองของอาคาร ที่นี่คือห้องปฏิบัติงานหรือห้องควบคุม โดยสามารถสังเกตการณ์ด้านในของช่องกักเก็บน้ำได้ทั้งหมด ซึ่งกว้างใหญ่จริงๆ ที่นี่ถูกใช้เป็นฉากในหนังและซีรีส์หลายเรื่องเลยนะ ปกติมีเจ้าหน้าที่ประจำ 1 คน แต่ช่วงน้ำท่วมจะมีถึง 8 คนมาปฏิบัติหน้าที่

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

แผนผังในอาคารแสดงให้เห็นลำดับของการนำน้ำมาจากแม่น้ำแต่ละแห่งเมื่อฝนตกหนัก ไหลลงมาสู่ด้านในแท่งกักเก็บน้ำทรงกระบอก เรียกว่า Shaft ที่มีขนาดความลึกแต่ละแห่งไม่ต่ำกว่า 60 เมตร ก่อนจะเคลื่อนที่ไปตามอุโมงค์

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

เมื่อได้ชมแผนผังการจัดการน้ำของเมืองแล้ว ยอมรับในความยิ่งใหญ่งานสร้างจริงๆ เส้นทางถนนทางหลวงสาย 16 ที่เราขับรถกัน ด้านล่างคืออุโมงค์ท่อน้ำขนาดใหญ่!

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

เจ้าหน้าที่จะพาไปด้านหลังตึก ซึ่งเป็นทางลงไปชม มีอธิบายการปฏิบัติตัว เช่น มีบันได 116 ขั้น ต้องพับขาตั้งกล้องก่อนเดินลงไป งดใส่รองเท้าส้นสูง และระหว่างเดินลง-ขึ้นบันไดห้ามหยุดถ่ายภาพหรือวีดีโอตรงบันได สำหรับไม้เท้าและร่มต้องพับเก็บให้เรียบร้อยแล้วเสียบไว้ที่ตรงรับฝากก่อนเดินลงไป

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

จะมีเจ้าหน้าที่สองท่านช่วยดูแลทริป งดการให้เจ้าหน้าที่ช่วยถ่ายรูปให้เราด้วยนะเพราะเค้าต้องดูแลความปลอดภัย ก็จะใช้การบรรยายราว 10 นาที จากเวลาทัวร์ 55 นาทีสำหรับคอร์สนี้ (Basic course 1000 yen/person)

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

เสาขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 18 เมตร บริเวณนี้เป็นจุดกักเก็บน้ำทั้งหมด เมื่อน้ำถูกระบายออกไปแล้ว เราจึงลงมายืนด้านล่างนี้กันได้ (ของจริงคือน้ำสูงถึงเพดานเลย)

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

เพื่อความเข้าใจในสถานการณ์การทำงานได้มากขึ้น เจ้าหน้าที่จะให้ผู้เยี่ยมชมโหลดแอพมาก่อน เมื่อมาถึงด้านล่าง เปิดแอพแล้วจะเห็นภาพจำลองได้ชัดขึ้น ซึ่งเป็นวีดีโอเคลื่อนไหว

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

จุดนี้เป็นบริเวณที่โด่งดังมากที่สุด พื้นที่ตั้งเสานี้มีขนาดความยาว 177 เมตร กว้าง 78 เมตร เราสามารถเดินไปได้แค่ในบริเวณที่กำหนดไว้เท่านั้น

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

อุณหภูมิด้านล่างประมาณ 12 องศา นี่ขนาดว่ามาเดือนพฤษภาคมนะ ถ้ามาช่วงหน้าหนาวอาจจะเย็นกว่านี้ สังเกตว่าพื้นเปียก ควรระมัดระวังในการเดินด้วย

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

มุมนี้แหล่ะ ที่เมื่อน้ำไหลลงมาจากแม่น้ำจะไหลลงมาเต็มไปหมด สำหรับท่อน้ำนี้มีความลึกถึง 71 เมตรและเส้นผ่านศูนย์กลางวงในที่ 31.6 เมตร

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

จริงๆเค้ามีอีกคอร์สให้ชมด้วยนะ ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์เยอะ เช่น รองเท้าบูทยางและชุดที่กันน้ำได้เนื่องจากต้องเดินลุยน้ำ และจองยากมากๆ เพราะเป็นเส้นทางยอดนิยมเดินลุยอุโมงต์(อุโมงค์มีความยาว 6.3 กิโลเมตร ที่ลึกลงไปในชั้นผิวดิน 50 เมตร)

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

เมื่อได้เวลาแล้ว เจ้าหน้าที่จะพาเราขึ้นมาข้างบนเป็นอันจบการชมพิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan” ด้านนอกมีตัวอย่างอุปกรณ์ที่เคยใช้ในงานขุดอุโมงค์ใต้ดินยักษ์

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

ใครอยากเห็นเทคโนโลยีญี่ปุ่นในการสร้างอุโมงค์ใต้ดิน ต้องมาที่นี่เลยนะ เนื่องจากต้องลงไปขุดในชั้นใต้ดินลึกถึง 50 เมตร อุปกรณ์จึงต้องแข็งแรงมากๆ และต้องขุดให้อุโมงค์มีเส้นผ่านศูนย์กลางวงใน 10.6 เมตร

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

การขุดสิ้นสุดลงเมื่อปี 2005 ลักษณะการทำงานคล้ายๆลูกสูบเลย เมื่องานเสร็จสิ้น การบรรเทาภัยพิบัติจึงทำได้เต็มที่ น้ำที่เอ่อล้นตามเมือง ถูกนำมาระบายออกที่แม่น้ำเอโดะแห่งนี้ โดยน้ำที่ผ่านมาทางอุโมงค์มีศักยภาพให้ปริมาณการไหลถึง 200 m³/วินาที เชียวนะ

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

Credit:Chill Chill Trip

พิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”

ที่อยู่720 Kamikanasaki, Kasukabe city, Saitama 344-0111 JAPAN
ค่าเข้าค่าเข้าคอร์สใต้ดิน 1,000 เยนต่อคน 55 นาที/ค่าเข้าร่วมหลักสูตรประสบการณ์ชมบ่อจม(เดินอุโมงค์) 3,000 เยนต่อคน 110 นาที
Websiteพิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan”
Websiteการจอง
การเดินทางรถไฟจากสาย Tobu Noda Line ลงที่สถานี Minami-Sakurai เดินต่อ 40 นาทีหรือนั่งแท็กซี่ 7 นาที/ราว 1000 เยน (นัดเวลารับกลับเลย) แต่สะดวกที่สุดคือรถยนต์ส่วนตัว

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

ร้านกาแฟ kiaoracoffee ที่นี่เราสามารถเพลิดเพลินกับกาแฟสูตรพิเศษแท้ๆ ที่ร้านคั่วเอง ซึ่งเป็นกาแฟที่คัดสรรมาอย่างดีพร้อมกับวัฒนธรรมกาแฟของนิวซีแลนด์

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

Credit:Chill Chill Trip

ร้านสามารถนั่งได้ทั้งด้านนอกและด้านใน ในวันที่อากาศไม่ร้อน การนั่งข้างนอกก็ให้บรรยากาศดีเหมือนกันนะ

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

Credit:Chill Chill Trip

ให้ความสำคัญกับวิธีการสกัด เช่น เอสเพรสโซ่ กระดาษดริป และแอโร่เพรส (เครื่องชงกาแฟ) กาแฟแต่ละถ้วยผ่านการกลั่นอย่างพิถีพิถันด้วยหัวใจและเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

Credit:Chill Chill Trip

กาแฟลาเต้อาร์ทลวดลายมังกร มีต้นกำเนิดมาจากพิพิธภัณฑ์สำรวจใต้ดิน “RyuQkan” เพราะคำว่า Ryu แปลว่า มังกร

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

Credit:Chill Chill Trip

ซองกาแฟสดของร้าน ราคา 180 เยน/ซอง มาในรสชาติต่างๆ ที่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่แตกต่างกันไปตามพื้นที่การผลิต

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

Credit:Chill Chill Trip

เราลองชิมขนมมัฟฟินน่ารักๆ และยังมีเมนูอื่นๆของร้านที่น่าอร่อยอีกหลายอย่างและมีอาหารเที่ยงแบบง่ายๆ ด้วย

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

Credit:Chill Chill Trip

ร้านกาแฟ kiaoracoffee

ที่อยู่3-123-1 Onuma, Kasukabe City, Saitama Prefecture 344-0038
เวลาทำการ10.00-22.00 วันจันทร์
Websiteร้านกาแฟ kiaoracoffee

LaLa garden KASUKABE

หากมีเวลาว่างๆ เราก็แวะไปช้อปปิ้ง ทานข้าว หรือพักผ่อนต่อได้ที่ห้างยอดนิยม LaLa garden KASUKABE

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

เมือง KASUKABE เป็นต้นกำเนิดของเรื่องราวชินจังจอนแก่น ซึ่งเค้าสมมติบทบาทที่เมืองนี้ ทำให้ที่เมืองนี้มีภาพชินจังมากมาย

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

ด้านในจะเห็นความน่ารักๆ ของครอบครัวชินจัง ที่รวบรวมคาแรกเตอร์ในธีมต่างๆไว้อย่างสมบูรณ์

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่เรียกว่า เกมส์เซนเตอร์ จึงมีเครื่องเล่นสำหรับเด็กเล็กมากมาย เอาจริงๆคือ เราก็ชอบแหล่ะ สนุกดีนะ ฮา

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

มีจุดสำหรับเกมส์คีบตุ๊กตาเยอะมากๆ โดยเน้นที่ตุ๊กตาชินจังในแบบน่ารักๆ มากมาย แม้แต่คนที่ไม่ใช่แฟนคลับยังชอบเลย

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

ตุ๊กตาน่ารักหลายอย่างที่หาได้ในที่นี่ ใครที่มีฝีมือในการคีบตุ๊กตาก็ต้องมาลองวัดกันดูละ ครั้งละ 100 เยน

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

นี่ๆ เราชอบตุ๊กตาฮิมาวาริ มากๆ มาเห็นแบบนี้แล้วอยากได้มากเลย เด็กๆสามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้นานเลยล่ะ

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

วันที่เราไป เราเห็นเด็กๆญี่ปุ่นเข้ามาเล่นเกมส์คีบตุ๊กตาเพียบเลย โดยเฉพาะตัวนี้มีคนแวะเวียนมาคีบกันเรื่อยๆ

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

เค้ายังมีบริการตู้ถ่ายรูปสติกเกอร์ที่จะมีชินจังและครอบครัวมาออกเฟรมกับเราด้วย รับรองความน่ารักสดใสเพราะถ่ายด้วยแอพจ้า

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

นี่ๆ มุมนี้สุดจะกวน ด้านซ้ายเป็นรอยก้นของชินจัง ส่วนด้านขวาเป็นรอยมือของน้องฮิมาวาริ ทำซะเหมือนจริง ฮา

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

ส่วนเจ้าชินจัง ก็ต้องมาพร้อมกับการดึงกางเกงแล้วโชว์ก้นแบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่าชินจังของแท้ ก้นสีทองซะด้วย

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

เล่นเกมส์เสร็จแล้วก็เดินช้อปของน่ารักๆ ในเรื่องชินจังกันต่อ มีขนม ChocoBiที่ชินจังชอบกินในการ์ตูนด้วยนะ

LaLa garden KASUKABE

Credit:Chill Chill Trip

LaLa garden KASUKABE

ที่อยู่1-1-1, Minami, Kasukabe City, Saitama Prefecture 344-0064
เวลาทำการ10.00 น. – 21.00 น.
WebsiteLaLa garden KASUKABE
การเดินทางจากทางออกทิศตะวันตกของสถานี Kasukabe บนสาย Tobu Urban Park และสาย Tobu Sky Tree เดินต่อ 4 นาที

Michi no Eki Showa

สำหรับใครที่ชอบการชมสินค้าท้องถิ่น ชิลชิลทริปแถมที่ช้อปปิ้งอีกแห่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันคือ Michi no Eki Showa หรือจุดพักผ่อนริมทาง

Michi no Eki Showa

Credit:Chill Chill Trip

มีผักและดอกไม้ที่วางขายตามฤดูกาล เพื่อนๆที่สนใจในการเกษตรญี่ปุ่นสามารถมาเดินชม เทียบราคาได้ มีเมล็ดพันธุ์ขายด้วยนะ

Michi no Eki Showa

Credit:Chill Chill Trip

ขนมท้องถิ่นดั้งเดิม ขนมของฝากแบบกล่องสวยๆ อาหารแปรรูป ผลไม้สด ข้าวสารและอื่นๆ ก็มีครบวงจร

Michi no Eki Showa

Credit:Chill Chill Trip

และมีร้านอาหารที่ผู้คนก็เดินทางเข้ามาทานเรื่อยๆ ผนังของร้านตกแต่งด้วยลวดลายการ์ตูนชินจังอย่างน่ารัก

Michi no Eki Showa

Credit:Chill Chill Trip

การสั่งอาหารทานที่นี่คือกดสั่งจากตู้แล้วเอาตั๋วอาหารยื่นให้พนักงาน จากนั้นรอเรียก ก็จะได้อาหารมาทานแบบสบายๆ

Michi no Eki Showa

Credit:Chill Chill Trip

Michi no Eki Showa

WebsiteMichi no Eki Showa
การเดินทางจากสถานี Kasukabe โดยรถบัส Asahi จาก “ป้ายรถประจำทางทางออกทิศตะวันออกสถานี Kasukabe”สู่ “สถานีเซกิยาโดะ ชูโอ” ลงรถที่ “ศูนย์สหกรณ์การเกษตร”「農協センター前」 ใช้เวลานั่งรถบัส 15 นาที

ติดตามข้อมูลอัพเดทเพิ่มเติมที่

FacebookChillChillTrip
IGChillChillTrip
YouTubeChillChillTrip
ClubhouseChillChillTrip
  1. 1 ปลาหมาน้ำ หมาน้ำ หรือเจ้าปลาตีนเม็กซิโก – ซาลาแมนเดอร์ มาทำความรู้จักสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกันเถอะ
  2. 2 กระรอกบิน ชูก้า ไกลเดอร์ (Sugar glider) มารู้จักนิสัย ราคา การเลี้ยงดู อาหาร ตากลมแบ๊วแสนน่ารักแต่นิยมการผาดโผน
  3. 3 เฟอเรท (Ferret) วิธีเลี้ยง อาหาร นิสัยของเจ้าเฟอเรทที่มาพร้อมกับความซุกซนอันแสนน่ารัก
  4. 4 ลิงมาโมเสท Marmoset อาหาร การเลี้ยง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลี้ยงเจ้าลิงตัวเล็ก ที่มีขนาดแค่500 – 700 กรัม
  5. 5 ล่องเรือเที่ยววัดปากน้ำภาษีเจริญ ชมวิถีชีวิตริมฝั่งคลองท่าต้นสายของเรือคลองภาษีเจริญ แม่น้ำสายสำคัญของกรุงเทพมหานคร