
วัดบนยอดเขาเหนือก้อนเมฆ – Unpenji วัดอุนเพนจิ ลำดับที่ 66 แห่งเส้นทางแสวงบุญชิโกกุ จ.โทคุชิมะ
วัดลำดับที่ 66 บนจุดสูงสุดของชิโกกุ จ.โทคุชิมะ (Tokushima) โอบล้อมด้วยธรรมชาติและทะเลหมอก พร้อมชมพระอรหันต์ 500 องค์ และวิวพาโนรามาที่งดงามเหนือผืนฟ้า
วัดอุนเพนจิ Unpenji
เที่ยวชิโกกุแบบ Unseen ครั้งนี้ ชิลชิลทริปภูมิใจนำเสนออยากให้เพื่อนๆได้มาที่วัดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาระหว่างจังหวัดคากาวะและโทคุชิมะ

Credit:Chill Chill Trip
บนยอดเขาสูงของชิโกกุ ที่ซึ่งเมฆลอยคลอเคลียผืนป่าและสายลมพัดผ่านอย่างแผ่วเบา มีวัดแห่งหนึ่งตั้งอยู่เงียบสงบแต่ทรงพลังทางจิตวิญญาณ นั่นคือ Unpenji Temple

Credit:Chill Chill Trip
วัดลำดับที่ 66 ของเส้นทางแสวงบุญ 88 วัดแห่งชิโกกุ ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “วัดที่อยู่สูงที่สุด” ของเส้นทางนี้ และยังถูกเรียกว่า “โคยะซังแห่งชิโกกุ” อีกด้วย

Credit:Chill Chill Trip
ปกติแล้วเราสามารถมาได้ 2 เส้นทาง คือ จากฝั่งจ. โทคุชิมะ ทางรถยนต์จนถึงทางเข้าวัด ขอบอกว่าทางลาดเอียงมากๆ รถใหญ่แบบรถตู้คือขึ้นยากมากๆนะ และทาง Ropeway ซึ่งต้องไปขึ้นทางฝั่ง จ.คากาวะ

Credit:Chill Chill Trip
แต่ๆ ถ้าใครแข็งแกร่ง หรือบางคนที่ศึกษาเส้นทางธรรมก็สามารถเดินขึ้นมาจากด้านล่างได้เลยล่ะ เหนื่อยมากๆนะเธอ และทางขึ้นบันไดวัดก็แยกเป็นหญิงเดินฝั่งซ้าย ชายเดินฝั่งขวาด้วย

Credit:Chill Chill Trip
เนื่องด้วย วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขา Mount Unpenji บริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดโทคุชิมะ และ คากาวะ ด้วยความสูงเกือบ 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล

Credit:Chill Chill Trip
ทำให้บรรยากาศที่นี่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลและช่วงเวลา บางวันถูกโอบล้อมด้วยหมอกหนา ราวกับอยู่เหนือก้อนเมฆ บางวันท้องฟ้าเปิดกว้าง เผยให้เห็นวิวไกลสุดสายตาไปถึงทะเลและผืนแผ่นดินเบื้องล่าง เห็นแค่การวางธูปก็น่าเลื่อมใสมากๆแล้ว

Credit:Chill Chill Trip
ประวัติของวัดย้อนไปกว่า 1,200 ปี ราวปี ค.ศ.789 สร้างขึ้นโดยพระมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น Kukai ตั้งแต่วัยเยาว์ วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่ยังเป็นจุดหมายของผู้แสวงบุญที่เดินทางตามรอยศรัทธามาหลายศตวรรษ

Credit:Chill Chill Trip
ภายในอาคารหลักมีจุดสำหรับขอพรและเสี่ยงทายหลายแห่ง สะท้อนความเชื่อและศรัทธาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน เช่น การจุดเทียนเพื่อเพิ่มความสว่างไสวแก่ชีวิต

Credit:Chill Chill Trip
หรือจะมาเลือกเต่าเสี่ยงทายก็ได้นะ หลับตาแล้วอธิษฐาน เลือกเต่าที่ถูกชะตาที่สุด ดึงเชือกออกมาแล้วกระดาษคำทำนายภายในตัวเต่าจะออกมาด้วย บูชา 500 เยน

Credit:Chill Chill Trip
ส่วนด้านนอก ก็มีเต่าอีก ที่มาของ “เต่า” กับวัดอุนเพนจิคือ “เต่า” เป็นสัญลักษณ์สำคัญที่มีทั้งความหมายทางชื่อและความเชื่อ โดยชื่อภูเขา “巨鼇山” Gogōzan เป็น ชื่อภูเขาที่เป็นที่ตั้งของวัด ที่ใช้เรียกวัดตามธรรมเนียมญี่ปุ่น มีความหมายถึง “เต่ายักษ์” ในตำนาน ซึ่งสื่อถึงความมั่นคงและพลังอันยิ่งใหญ่

Credit:Chill Chill Trip
ในด้านความเชื่อ เต่าถือเป็นสัญลักษณ์ของ อายุยืน ความมั่นคง และการคุ้มครอง จึงมีรูปปั้นเต่าและจุดขอพรภายในวัด ให้ผู้คนมาขอพรเรื่องสุขภาพ โชคลาภ และความสำเร็จ เขาให้เขียนปากกาลงที่ก้อนดินกลมๆนี้ เกี่ยวกับคำว่า งาน สุขภาพ หรือ ความรัก แล้วโยนลงไปที่ไหด้านหลังเต่า ถ้าเข้าก็หมายถึงสำเร็จ ค่าบูชาอันละ 300 เยน

Credit:Chill Chill Trip
บรรยากาศภายในวัดสงบมากๆ ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวเดือนพฤศจิกายน ที่นี่ก็ยังมีใบเมเปิ้ลสวยๆด้วยนะ เดินเล่นเรื่อยๆ จิตใจไม่ว้าวุ่นเลยล่ะ

Credit:Chill Chill Trip
ตรงนี้ก็ยังเป็นจุดที่คนเดินมาขอพรเรื่อยๆ ซึ่งทางวัดเค้าทำเส้นทางเดินไว้ให้อย่างดี ภายในวัดเต็มไปด้วยสิ่งที่สะท้อนถึงความลึกซึ้งของพุทธศาสนา

Credit:Chill Chill Trip
ลงบันไดมาก็จะมาเจอกับทางเข้าวัดอีกทาง ซึ่งเส้นทางขึ้นด้านล่างนี้สำหรับคนที่มาวัดด้วย Ropeway หลังจากเดินจากสถานีแล้วก็ใช้เวลาเพียง 5 นาทีก็มาถึงจุดนี้

Credit:Chill Chill Trip
ด้านหลังของประตูทางเข้า มีรองเท้าฟางขนาดยักษ์แขวนอยู่ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคุ้มครองและความแข็งแรงของผู้มาเยือน

Credit:Chill Chill Trip
ป้าย Unpenji เป็นโลโก้แบบแนวผู้สำรวจเส้นทางจาริกแสวงบุญ แนะนำว่า เพื่อให้การมาถึงที่นี่สมบูรณ์แบบจริงๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้ให้ได้นะ

Credit:Chill Chill Trip
ภายในวัดเต็มไปด้วยสิ่งที่สะท้อนถึงความลึกซึ้งของพุทธศาสนา หนึ่งในไฮไลต์ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนคือ กลุ่มรูปปั้น พระอรหันต์ 500 องค์ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ

Credit:Chill Chill Trip
แต่ละองค์มีสีหน้าและอารมณ์แตกต่างกันไป ราวกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวของมนุษย์และการหลุดพ้นอย่างเงียบงัน เมื่อเดินผ่านรูปปั้นเหล่านี้ ท่ามกลางอากาศเย็นของภูเขา จะรู้สึกได้ถึงความสงบที่ค่อย ๆ ซึมลึกเข้าสู่จิตใจโดยไม่รู้ตัว

Credit:Chill Chill Trip
คำว่า “พระอรหันต์” หมายถึงผู้ที่บรรลุธรรม หลุดพ้นจากกิเลสและวัฏสงสาร ส่วน “500 องค์” นั้น มีที่มาจากคติในพุทธศาสนาที่กล่าวถึงพระอรหันต์จำนวนมากซึ่งเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า เปรียบเสมือนตัวแทนของผู้บรรลุธรรมจากหลากหลายพื้นเพ

Credit:Chill Chill Trip
บางองค์ยิ้มอ่อนโยน บางองค์ดูสงบขรึม บางองค์เหมือนกำลังครุ่นคิด บางองค์แสดงความเมตตา ความหลากหลายนี้สื่อถึง “ธรรมชาติของมนุษย์” และเส้นทางสู่การหลุดพ้นที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคน

Credit:Chill Chill Trip
มาลองเดินดูกันไหม ว่าใจและอารมณ์ของเราที่ผ่านมานั้นตรงกับรูปปั้นองค์ไหนบ้าง ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็นว่า อารมณ์ที่เศร้า หรือ โมโห ก็ทำให้เราตั้งสติใหม่ได้นะ ผู้คนมาที่นี่มักจะมองหารูปปั้นที่ “หน้าคล้ายตัวเอง”หรือองค์ที่รู้สึกผูกพัน แล้วอธิษฐานขอพร เชื่อว่าจะช่วยนำทางชีวิตและเสริมสิริมงคล

Credit:Chill Chill Trip
ดูจำนวนของรูปปั้นกับขนาดของคน จะเห็นว่าขนาดตัวใหญ่กว่านิดหน่อย แต่ที่สำคัญคือ มีจำนวนเยอะมากๆๆเลย เด็กๆบางคนถึงกับร้องไห้จ้าเลยนะ

Credit:Chill Chill Trip
จากนั้นเราจะเดินขึ้นด้านบนกันต่อนิดนึง เดี๋ยวเราจะเจอรูปปั้นขนาดใหญ่ คือ เทพ毘沙門天 (Bishamonten) ซึ่งเป็นเทพสำคัญในพุทธศาสนาแบบญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งใน “เทพเจ้าเจ็ดองค์แห่งโชคลาภ” (Shichifukujin) เป็นจุดชมวิวแบบหอคอยด้วยนะ

Credit:Chill Chill Trip
เมื่อขึ้นถึงด้านบน นอกจากตัววัดแล้ว ยังมีพื้นที่พักผ่อนอย่าง Unpenji Summit Park ที่เปิดกว้างด้วยสนามหญ้าเขียวขจี พร้อมจุดถ่ายรูปยอดนิยมอย่างชิงช้าลอยฟ้า พร้อมวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบไร้ขอบเขต

Credit:Chill Chill Trip
ชิงช้ายอดนิยมบนยอดเขาแห่งนี้ คือ “Sky Swing” ที่ตั้งอยู่ใน Unpenji Summit Park ซึ่งกลายเป็นจุดถ่ายรูปไฮไลต์ที่ใครมาก็ต้องแวะ ชิงช้านี้ถูกติดตั้งอยู่บริเวณที่เปิดโล่ง มองเห็นวิวภูเขาและท้องฟ้าแบบพาโนรามา เมื่อได้นั่งและแกว่งออกไปด้านหน้า จะให้ความรู้สึกเหมือนกำลัง “ลอยอยู่กลางอากาศ” หรือแกว่งออกไปสู่ท้องฟ้า

Credit:Chill Chill Trip
จุดเด่นของ Sky Swing วิวแบบ 360 องศา เห็นทั้งภูเขา ท้องฟ้า และบางวันอาจเห็นทะเลหมอก มุมถ่ายรูปสวยระดับ “ไวรัล” ในโซเชียล ให้ทั้งความรู้สึกตื่นเต้นเล็ก ๆ และความอิสระเหมือนบินได้ จะช้าอยู่ทำไมก็รีบไปนั่งถ่ายรูปเลยจ้า ด้านล่างคือ พร้อมกลิ้งลงไปมาก ฮ่าๆ

Credit:Chill Chill Trip
วิวด้านบนนี้คือสวยสุดๆ เต็มไปด้วยวิวอันตระการตาของทะเล Seto Inland Sea และที่ราบด้านล่าง ราวกับกำลังเดินทางเข้าสู่โลกอีกใบ

Credit:Chill Chill Trip
มีจุดพักผ่อนให้นั่งทานอาหารพร้อมชมวิวได้อย่างสบาย ๆ และในวันที่อากาศดี แสงแดดจะนุ่มสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงสีทองอบอุ่น โรแมนติกจนทำให้ไม่อยากลุกไปไหน

Credit:Chill Chill Trip
มีชิงช้าจำลองขนาดเล็กทำจากโลหะให้ถ่ายรูปน่ารัก ๆ ด้วย เราใช้เวลาอยู่ด้านบนเกือบ 2 ชั่วโมงแบบเพลิน ๆ ลมเย็นสบายจนไม่อยากลงเลย

Credit:Chill Chill Trip
ปกติแล้วจะมีร้านอาหาร ห้องน้ำ ตู้กดน้ำ ล็อกเกอร์ ส่วนด้านนอกจะเป็นรถขายเครื่องดื่มและของว่างนิดหน่อย แล้วฟีลคือน่ารักสุดๆ

Credit:Chill Chill Trip
ด้านบนสถานี Ropeway มีจุดให้นั่งพักพอและยังมีสินค้าที่ระลึกขายด้วยเช่นกัน ระหว่างที่รอขึ้นกระเช้าก็ช้อปปิ้งกันสักหน่อยละกัน

Credit:Chill Chill Trip
ของที่ระลึกจากเกาะชิโกกุ ส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวกับผู้เดินทางจาริกแสวงบุญ แค่ซื้อกลับไปสักชิ้นก็เหมือนเราได้บุญราวกับเดินครบ 88 วัดแล้ว ฮ่าๆ

Credit:Chill Chill Trip
แนะนำซื้อ ไป-กลับ (Round trip) คุ้มกว่าแน่นอน ไม่ว่าจะเดินทางมาจากฝั่งไหนก็ได้วิวสวยและบรรยากาศที่ไม่เหมือนกัน มาเที่ยวชิโกกุแล้ว ต้องไม่พลาดที่นี่นะ

Credit:Chill Chill Trip
unpenji tokushima
| ที่อยู่ | 763 Shiraji, Ikeda-cho, Miyoshi City, Tokushima, Japan |
| ค่าเข้า | ค่าบริการกระเช้าลอยฟ้า (Ropeway)
ราคาตั๋ว
ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป)
ไป-กลับ: 2,200 เยน
เที่ยวเดียว: 1,200 เยน นักเรียน (มัธยมต้น–ปลาย) ไป-กลับ: 1,650 เยน เที่ยวเดียว: 900 เยน เด็ก (ประถม) ไป-กลับ: 1,100 เยน เที่ยวเดียว: 600 เยน 👶 เด็กเล็ก: ฟรี (โดยทั่วไป 1 คนต่อผู้ใหญ่ 1 คน) ออกรอบทุก ประมาณ 20 นาที ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 7 นาทีต่อเที่ยว |
| เวลาทำการ | มีนาคม – พฤศจิกายน: 07:40 – 17:20 น. (รอบสุดท้ายขาลง) ธันวาคม – กุมภาพันธ์: 08:00 – 17:20 น. (รอบสุดท้ายขาลง) |
| Website | unpenji tokushima |
| แผนที่ | unpenji tokushima |
รีวิวนิยม
-
1 Cafe ขอนแก่น KK Falabella horse เปิดประสบการณ์ ขี่ม้าแคระ ท่ามกลางร้านอาหารใจกลางเมือง -
2 อุมิโฮตารุ (Umihotaru) จุดพักรถบนทะเลที่ชมภูเขาไฟฟูจิได้แบบไม่เหมือนใคร เดินทางง่ายจากโตเกียว(Tokyo) -
3 ไหว้เซียนแปะ ขอพรวิหารพระนอนวัดมะขาม ไหว้เซียนแปะโรงสีที่ กินของอร่อยที่ตลาดริมน้ำวัดศาลเจ้า เที่ยวปทุมธานี -
4 Kushida Shrine ศาลเจ้าคุชิดะ สักการะศาลเจ้าใหญ่แห่งฮากาตะ Kushida shrine ศาลเจ้าอันเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและผู้คนเรียกอย่างอบอุ่นว่า “โอคุชิดะซัง” -
5 ไอเดียทำเบนโตะ ข้าวกล่องสื่อรักจากแม่สู่ลูก Ep.2