เรื่องเล่าลี้ลับ ชวนขนหัวลุก Ep.4 จากประสบการณ์จริง ของแอดมินเพจ Chill Chill Trip

หลายคนที่เคยไปพักค้างแรมตามโรงแรมและสถานที่ต่างๆ เคยเจอประสบการณ์แปลกบ้างไหมคะ ฉันมีเหตุการณ์นึง ที่ยังเป็นภาพติดตาและไม่อาจลืมได้เลยจนถึงทุกวันนี้ วันนี้ฉันรวบรวมความกล้าเพื่อจะมาเล่าประสบการณ์ครั้งนั้นให้ทุกคนฟัง

คืนหลอน บ่อออนเซน

ครั้งหนึ่ง เมื่อฉันเกิดอยากนอนเรียวกังที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยเอโดะที่ต่างจังหวัดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เพราะเป็นคนชอบเที่ยววัดและศาลเจ้า จึงเลือกเรียวกังที่อยู่ใกล้และสามารถมองเห็นวัดหรือศาลเจ้าได้
วันนั้น ฉันได้ห้องนอนที่อยู่ติดกับบ่อออนเซน ภายในห้องถูกปูด้วยเสื่อทาทามิที่มีโต๊ะน้ำชาตั้งอยู่ริมหน้าต่าง มีตู้บานเลื่อนขนาดใหญ่ที่ด้านในเอาไว้เก็บที่นอนและผ้าปูสีขาว ชุดนอนยูกาตะถูกพับวางไว้อย่างดีบนชั้นวางทีวี และที่ข้างๆ กันมีแจกันดอกไม้ที่ถูกจัดไว้สไตล์อิเคบานาตั้งอยู่
เนื่องจากวันนั้นฉันกลับถึงเรียวกังดึกแล้วจึงไม่ได้สำรวจห้องพักอะไรมากนัก เพราะอยากอาบน้ำเต็มที ก่อนเข้าเช็คอินฉันทำเรื่องขอจองเวลาแช่ออนเซนส่วนตัวแยกไว้สองช่วงเวลา คือเช้ากับมืด ซึ่งช่วงเช้าฉันได้ตอนตีห้า ส่วนคืนนี้ฉันได้ตอนห้าทุ่มครึ่งถึงเที่ยงคืนครึ่ง เพราะฉันไม่กล้าแช่บ่อรวมกับคนอื่น …
ออนเซนที่เรียวกังแห่งนี้ปิดตอนห้าทุ่มครึ่ง ซึ่งฉันก็ไม่ได้ถามเหตุผลว่าทำไมถึงไม่เปิด 24 ชั่วโมงเหมือนหลายที่ที่ฉันเคยไป คิดแต่ว่าโชคดีจังที่ทางโรงแรมยอมให้ช่วงเวลาหลังปิดออนเซนเพื่อให้เราแช่เป็นการส่วนตัว
พอกลับถึงห้องฉันก็ทำการเปลี่ยนใส่ชุดยูกาตะเพื่อที่จะไปอาบน้ำและลงแช่ออนเซนตามเวลาที่เรียวกังให้ไว้ บ่อออนเซนที่นี่มีขนาดใหญ่ ภายในเป็นแสงไฟสลัวๆ พอให้มองเห็นบรรยากาศรอบ ๆ ที่มีที่นั่งอาบน้ำชำระร่างกายก่อนลงแช่อยู่ในมุมห้อง
ฉันถอดเสื้อผ้าและเริ่มต้นอาบน้ำก่อนที่จะลงแช่ออนเซนอย่างสบายใจอยู่สักครู่ ก่อนจะรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งไหลผ่านมาสัมผัสที่ขาของฉัน แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าอาจจะเป็นน้ำวน ฉันแช่ออนเซนอยู่สักครู่ก่อนจะค่อย ๆ ลุกออกจากบ่อออนเซนที่มีแค่ฉันใช้อยู่เพียงคนเดียว จากนั้นฉันเดินตรงไปที่ห้องแต่งตัว ที่มีไฟปิดอยู่หนึ่งดวงที่มุมห้อง
หลังจากที่ฉันใส่ชุดยูกาตะเสร็จก็หยิบไดร์ขึ้นมาเป่าผม ในความวังเวงนั้นสักพักได้ยินเสียงแปลกๆ ฉันจึงรีบหันไปดูที่ด้านหลัง แต่ก็ไม่พบอะไร ขณะที่กำลังมองหาที่มาของเสียงแปลก ๆอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนถูกดึงทึ้งเส้นผม
ฉันก้มลงมองและเห็นผมที่ร่วงเต็มพื้น จึงก้มลงค่อยๆเก็บเส้นผมทิ้ง แต่สักพักก็รู้สึกเจ็บเหมือนใครมาดึงผมอีก และผมก็ร่วงลงพื้นอีก ฉันรวบรวมความกล้า ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองข้างบนตรงบานกระจกที่ฉันยืนเป่าผมอยู่ ก่อนที่จะสะดุ้งสุดตัว พร้อมกับถอยหลังกรูจนไดร์เป่าผมร่วงหล่นตามลงมา ก่อนผมของฉันจะร่วงลงมาอีกครั้ง ฉันสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อเรียกสติ เอื้อมมือปิดไดร์เป่าผมแล้วดึงปลั๊กออกม้วนเก็บลวกๆ พร้อมกับรีบโกยของทุกอย่างที่ฉันพกมาด้วยอย่างไว และใส่เกียร์หมาวิ่งไม่คิดชีวิตเพื่อกลับห้องพักทันที

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

อย่ายืนเป่าผมที่หน้ากระจก เพราะบางทีสิ่งที่เราตระหนก อาจเป็นแค่สภาพตัวเราเอง (อืมใช่ ก็สภาพมันให้ ผมยาวกระเซิงและชุดยูกาตะก็ดันสีขาวดำอี๊ก)
อีกอย่างไม่ควรหันหน้าสะบัดผมไปมาตอนเป่าผม เพราะตรงก้นไดร์มันกินผม!!! นะรู้ไหม
โว้ย!! กลัวตัวเองไม่พอ ปล่อยให้ไดร์กินผม จนผมขาดอีกแม่เอ้ย!!!
ไอ้เราก็นึกว่า ใครดึง!!! ที่ไหนได้ก้นไดร์เป่าผมดึงนิเอง 😅😅😅