เที่ยวโชโดชิมะ(Shodoshima) สัมผัสกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนในญี่ปุ่น เกาะแห่งต้นมะกอกโอลีฟ จ.คากาวะ kagawa

โชโดชิมะ (Shodoshima) เกาะใหญ่เป็นอันดับ 2 ของทะเลเซโตะใน และมีเสน่ห์แบบ "ลูกครึ่ง" คือมีความเป็นญี่ปุ่นย้อนยุคผสมกับกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียน จนได้รับฉายาว่า "เกาะมะกอกแห่งญี่ปุ่น

สารบัญ

  1. สารบัการเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่
  2. Angel road
  3. Shodoshima Olive Park
  4. แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

สารบัการเดินทางด้วยเรือเฟอร์รี่

เราพาเพื่อนๆมาเที่ยวไกลถึงเกาะชิโกกุ จ.คากาวะเลยนะ ตอนเช้าเรามาที่ท่าเรือทาคามัทสึ โดยนั่งแท็กซี่จากโรงแรมมาเลยเพราะว่ากลัวไม่ทันเรือเฟอร์รี่รอบแรก

Credit:Chill Chill Trip

หลังจากลงรถและมาถึงแล้ว ก็เดินเข้าไปที่ตึกนี้เลยนะ เราว่าที่นี่มีการอธิบายให้คนต่างชาติได้ดีมากๆ มีภาษาอังกฤษเขียนไว้หลายจุดเลย

Credit:Chill Chill Trip

วันนี้เราตั้งใจไปที่เกาะโชโดะ หรือ โชโดชิมะในภาษาญี่ปุ่น แจ้งเจ้าหน้าที่ไปว่าจะเอาแค่ขาเดียว หรือ แบบไปกลับ เพราะว่าขากลับมีตัวเลือกทั้งเรือสปีด หรือ ไปขึ้นที่ท่าเรืออื่นก็ได้ รอบเรือขาไป เริ่มตั้งแต่ 6.20 น. และออกทุกๆ 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ตรวจสอบทางเว็บไซต์ก่อนทุกครั้ง

Credit:Chill Chill Trip

ถ้าใครมาพร้อมกับสัมภาระหรือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ก็มาฝากไว้ที่ตู้ล็อกเกอร์ได้นะ แต่อย่าลืมว่า การเดินทางในต่างจังหวัด จำเป็นต้องพกเงินสดมาเสมอ

Credit:Chill Chill Trip

จากนั้นก็ใกล้เวลาที่จะต้องขึ้นเรือเฟอร์รี่แล้ว เจ้าหนา้ที่บอกว่า ไปเกาะโชโดะ ต้องเดินตามหมายเลข 1 ไป

Credit:Chill Chill Trip

คือการเดินตามป้ายของที่นี่ก็ง่ายมากๆนะ จุดท่าเรือก็อยู่ด้านข้างตึกที่เราซื้อตั๋วเลย เราก็เดินมาตามป้ายเรื่อยๆได้เลย

Credit:Chill Chill Trip

พร้อมกับตั๋วกระดาษในมือ เป็นตั๋วนั่งเรือแบบขาเดียว เพราะเราคิดว่าขากลับจะนั่งแบบสปีดกลับมาดีกว่ามั้ยนะ เพราะเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมง

Credit:Chill Chill Trip

ทางขึ้นเรืออยู่สองฝั่งด้านข้าง และจะมีประตูบานเล็กๆให้เราได้ขึ้นบันไดไปด้านบนต่อ ซึ่งใครเช่ารถมา ก็สามารถเอารถมาขึ้นเรือได้นะโดยเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเอาความสะดวกสบายแล้ว คือดีมาก

Credit:Chill Chill Trip

ด้านบนเรือเฟอร์รี่คือกว้างมากๆ และมีโซนพักผ่อนหลายแบบทั้งเป็นพื้นโล่ง เก้าอี้ โต๊ะใหญ่ ไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่ในราคาหลักร้อยเท่านั้น

Credit:Chill Chill Trip

และที่ขาดไม่ได้คือมุมของกิน ที่มีเจ้าหน้าที่มารอรับสั่งซื้อ มีทั้งเครื่องดื่มร้อนๆ ขนมขบเคี้ยว และของที่ระลึก

Credit:Chill Chill Trip

แต่ที่เราสนใจเป็นพิเศษคือ โซนที่นั่งของสุภาพสตรีเท่านั้น ซึ่งอาจจะเพราะว่า เพื่อให้ผู้หญิงได้นั่งได้พักอย่างสบายใจมากขึ้น

Credit:Chill Chill Trip

บริเวณด้านหน้าสุดจะมีจุดเสียบปลั๊กด้วย ซึ่งระหว่างที่เราถ่ายรูปไปก็ชาร์จแบตมือถือไปด้วย สะดวกสบายจริงจริ๊ง

Credit:Chill Chill Trip

สักพักพอเรือเริ่มออกตัว เราก็ขึ้นไปด้านบนดาดฟ้า แสงพระอาทิตย์ยามเช้า เป็นแสงสีส้มอ่อนๆ ที่สวยงามมาก อากาศยังหนาวๆนิดหน่อย แต่ทนได้

Credit:Chill Chill Trip

ส่วนท้ายเรือก็ทันไปด้านท่าเรือทาคามัทสึ ซึ่งเรือแล่นช้าๆ เหมือนเรือนำเที่ยวเลยล่ะ ฮ่าๆ เราอยู่ด้านบนถ่ายรูปจนเพลินเลย จนเกือบลืมลงไปด้านล่าง

Credit:Chill Chill Trip

เรือหาปลาก็ออกมาแต่เช้าเลย แสงอาทิตย์ค่อยๆส่องพ้นจากภูเขา ตรงนี้ยืนชมนานมากๆเลย จนลืมดูเวลาว่าผ่านไปกี่นาทีแล้ว

Credit:Chill Chill Trip

แค่อึดใจเดียว สำหรับเราแล้วคือ 1 ชั่วโมงบนเรือคือมีความสุขมากๆ ไม่อยากลงจากเรือเลย ฮือๆ และนี่คือท่าเรือ Tonosho port

Credit:Chill Chill Trip

ถ้าเพื่อนๆไม่ได้เอารถมาจากทาคามัทสึ ก็สามารถเช่าแท็กซี่พาขับไปตามจุดเที่ยวได้ มากันหลายคนก็ช่วยกันหาร และต่อรองราคาดูได้ ระหว่างทางก็เจอต้นมะกอกเต็มไปหมดเลย ว้าวๆ ที่อื่นอาจจะต้นไม้นั่นนี่ แต่ที่นี่ฟีลลูกครึ่ง ฮ่าๆ

Credit:Chill Chill Trip

ท่าเรือ Takamatsu

Websiteท่าเรือ Takamatsu
Mapท่าเรือ Takamatsu

Angel road

จุดแรกที่เรามาถึงคือ Angel road หรือ ถนนแห่งรักกลางทะเล ที่ต้อง “รอเวลา” ถึงจะได้เดินบนเกาะเล็กๆ ของ Shodoshima ในจังหวัดคากาวะ มีสถานที่หนึ่งที่ไม่ได้สวยเพราะความยิ่งใหญ่ แต่สวยเพราะ “จังหวะของธรรมชาติ” ที่ชื่อว่า Angel Road

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่คือสันทรายสีทองที่ทอดยาวกลางทะเล เชื่อมเกาะหลักเข้ากับเกาะเล็กๆ อีกหลายเกาะ แต่ความพิเศษคือ…มันไม่ได้อยู่ตรงนั้นตลอดเวลา วันหนึ่งจะปรากฏให้เห็นเพียงวันละ 2 ครั้ง ในช่วงน้ำลดเท่านั้น

Credit:Chill Chill Trip

อย่าลืมขึ้นไปที่ “Promise Hill” จุดชมวิวด้านบน จากตรงนั้นจะเห็น Angel Road เป็นเส้นโค้งกลางทะเลแบบเต็มตา เป็นมุมที่ทำให้เข้าใจทันทีว่า ทำไมที่นี่ถึงถูกเรียกว่า “Angel” Road สำหรับคู่รักคือต้องมาสั่นกระดิ่งนะ

Credit:Chill Chill Trip

มีความเชื่อของคนญี่ปุ่นว่า หากคนรักจับมือกันเดินข้าม Angel Road ไปจนสุดทาง ความรักจะสมหวังและยั่งยืน จึงไม่แปลกเลยที่ที่นี่จะเต็มไปด้วยคู่รัก บางคู่มาเดท บางคู่มาขอพร และบางคู่…มาขอแต่งงาน

Credit:Chill Chill Trip

Angel Road จะเปลี่ยนบรรยากาศไปตามเวลา
ตอนเช้า: แสงนุ่ม เงียบสงบ เหมาะกับการเดินเล่น
ตอนบ่าย: น้ำทะเลสีฟ้าตัดกับทรายชัดเจน ถ่ายรูปสวย
ตอนเย็น: แสงพระอาทิตย์ตก ทำให้ทั้งเส้นทางกลายเป็นสีทอง โรแมนติกที่สุด

Credit:Chill Chill Trip

Angel Road ไม่ใช่สถานที่ที่หวือหวา แต่เป็นสถานที่ที่ต้อง “รอ” และ “เข้าใจเวลา”บางคนอาจไปแล้วไม่เจอถนน เพราะน้ำยังไม่ลด แต่บางคน…ได้เห็นมันในช่วงเวลาที่พอดี และจดจำภาพนั้นไปตลอดชีวิต

Credit:Chill Chill Trip

Angel Road

MapAngel Road

Shodoshima Olive Park

จากนั้นเราก็มาที่นี่กันต่อ ถ้าไม่มาก็เหมือนไม่ถึงนะ นี่คือ Shodoshima Olive Park คือสวนมะกอกบนเนินเขาริมทะเล ที่ให้บรรยากาศเหมือนยุโรป ผสมกับธรรมชาติของญี่ปุ่น เป็นทั้งจุดถ่ายรูป กิน เที่ยว และพักผ่อนในที่เดียว

Credit:Chill Chill Trip

เดินเข้ามาด้านในก็เจอรูปปั้นเทพของกรีซ โดยที่นี่ มีพิพิธภัณฑ์มะกอกด้วย ซึ่งหากมีเวลาก็อยากให้ลองเดินๆดูนะ เพราะที่นี่คือแหล่งปลูกต้นมะกอกแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่นเลยนะ ไม่สงสัยเลยว่าทำไมมีต้นมะกอกอายุร้อยปีหลายต้น

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่อง มะกอก เลยนะ ถือเป็นแหล่งปลูกมะกอกหลักของญี่ปุ่น แล้วก็ยังดังเรื่อง โชยุ (ซีอิ๊วญี่ปุ่น) อีกด้วย คือเป็นเกาะที่มีทั้งของกินดีๆ และวิวสวยๆ ครบเลย

Credit:Chill Chill Trip

บริเวณชั้นสองมีห้องอาหาร แบบสไตล์ฟิวชั่น ซึ่งเน้นความเป็นสุขภาพดีและราคาก็สมเหตุสมผลด้วยนะ มาลองชิมกันนะ

Credit:Chill Chill Trip

มาเดินดูด้านล่างนะ หนึ่งในของกินที่เด็กๆชอบคือ ซอฟต์ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก ซึ่งพอได้รู้ประวัติว่าที่นี่คือแหล่งปลูกต้นมะกอกที่ใหญ่ที่สุดแล้ว ก็อยากกินเลย

Credit:Chill Chill Trip

ด้านในยังมีโซนของฝากที่ทำจากมะกอกซึ่งปลูกบนเกาะเอง ให้เลือกซื้อกลับบ้านกันแบบเพลินๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันมะกอกคุณภาพดี ขนม ของใช้ หรือสกินแคร์จากมะกอก เรียกได้ว่าเป็นของฝากที่ทั้งอร่อยและมีเอกลักษณ์ของ Shodoshima แบบสุดๆ เราแนะนำน้ำมันมะกอกที่มีกระเทียมใส่ไปด้วย หอมมาก

Credit:Chill Chill Trip

Olive Coffee (กาแฟมะกอก) คือกาแฟที่นำ เมล็ดกาแฟมาผสมกับ “มะกอกของเกาะ Shodoshima”ทำให้ได้รสชาติที่ไม่เหมือนกาแฟทั่วไป มีกลิ่นหอมของกาแฟ ผสมความสดชื่นและกลิ่นบางๆ ของมะกอก บางสูตรมี lemon olive oil ทำให้มีความเปรี้ยวนิดๆ สดชื่น

Credit:Chill Chill Trip

อีกหนึ่งของฝากน่ารักๆ จากเกาะ Shodoshima ที่อยากให้ลองคือ “石チョコ (Ishi Choco)” หรือช็อกโกแลตรูปก้อนหิน ขนมนี้เป็นงานทำโดยคนท้องถิ่น ดีไซน์เลียนแบบ “ก้อนหินริมทะเล” ของเกาะได้เหมือนมากกก แบบวางปนกับหินจริงนี่แทบแยกไม่ออกเลย อร่อยกรุบ

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่เป็นสวนมะกอกขนาดใหญ่ มีต้นมะกอกประมาณ 2,000 ต้น และยังมีดอกไม้หลากหลายชนิด บรรยากาศคือเหมือนหลุดไปยุโรป โดยเฉพาะโซนกังหันลมสีขาวที่มองออกไปเห็นทะเล คือมุมฮิตสุดๆ นักท่องเที่ยวเลยนิยมมาถ่ายรูป “ขี่ไม้กวาด” กัน เพราะมีให้ยืมฟรีด้วยนะ สนุกดี ฟีลเหมือนเป็นแม่มดจริงๆ

Credit:Chill Chill Trip

รอบๆ Shodoshima Olive Park มีจุดถ่ายรูปเพียบ เดินไปทางไหนก็เจอมุมสวยๆ ตลอด ทั้งกังหันลมสีขาว วิวทะเลของ Seto Inland Sea สวนมะกอก ทุ่งหญ้า ไปจนถึงมุมเล็กๆ ที่แสงตกกระทบสวยแบบไม่ต้องแต่งเพิ่มเลย ไม่ว่าจะสายคาเฟ่ สายวิว หรือสายคอนเทนต์ ที่นี่คือถ่ายได้ทั้งวันแบบไม่ซ้ำมุมเลยจริงๆ

Credit:Chill Chill Trip

อีกอย่างที่ดีมากของที่นี่คือ เราจะได้เห็น ต้นมะกอกและลูกมะกอกแบบใกล้ชิดจริงๆ ภายใน Shodoshima Olive Park มีต้นมะกอกปลูกอยู่ทั่วบริเวณ เดินไปเรื่อยๆ จะได้เห็นทั้งต้น ใบ และผลมะกอกแบบชัดๆ เลย บางช่วงถ้าเป็นฤดูกาลก็จะเห็นลูกมะกอกห้อยอยู่บนต้นแบบเต็มๆ มันให้ความรู้สึกต่างจากการเห็นแค่ในรูปหรือในอาหารมากเพราะที่นี่คือแหล่งปลูกจริง

Credit:Chill Chill Trip

ท่าเรือที่ใกล้ Olive park คือ ท่าเรือ Ikeda ซึ่งสามารถนั่งกลับท่าเรือทาคามัทสึได้ สะดวกสบายมากๆเลย เป็นเรือใหญ่เหมือนกัน เราชอบเรือโซนคากาวะมากๆ มีแต่เรือใหญ่นั่งสบาย

Credit:Chill Chill Trip

ด้านในมีจุดขายตั๋วทั้งแบบตู้ขายตั๋วอัตโนมัติและแบบซื้อกับเจ้าหน้าที่ ค่าโดยสารขากลับก็ไม่แพงมากเช่นกัน ขากลับ ผู้ใหญ่ 700 เยนเท่านั้น นี่แหล่ะคือเหตุผลที่เราซื้อตั๋วทีละครั้ง เพราะไม่รู้ว่าจะกลับท่าเรือไหน

Credit:Chill Chill Trip

พอถึงเวลาก่อนที่เรือจะออก เจ้าหน้าที่ก็จะมายืนรอเราก็จะสังเกตุได้ว่าต้องไปขึ้นเรือทางไหน เรือใหญ่มากๆ แต่คนไม่เยอะเลย

Credit:Chill Chill Trip

และความสุขของการได้นั่งเรือเฟอร์รี่ ชมวิวสวยๆของทะเลญี่ปุ่น บรรยากาศดีแล้วก็ต้องสั่งของอร่อยๆมากินบนเรือ นั่นก็คือ ซานูกิอุด้ง ฟินสุดๆ เลย จบทริปแบบไม่ต้องไปหาข้าวเย็นกินอีกแล้ว

Credit:Chill Chill Trip

รายละเอียด

WebsiteShodoshima Olive Park
MapShodoshima Olive Park
Websiteท่าเรือ Ikeda
Mapท่าเรือ Ikeda

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

สำหรับเพื่อนๆที่อยากลองประสบการณ์พักบ้านคนญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนที่มีรถยนต์ เช่าบนเกาะได้นะจากท่าเรือ Ikeda ก็ได้ เราขอแนะนำบ้านพัก สำหรับไม่เกิน 6 คน เป็นบ้านเปล่าพร้อมพื้นที่สะดวกสบาย มีแปลงผัก มีแพะเลี้ยง 1 ตัวด้วยนะ

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

Credit:Chill Chill Trip

เนื่องจากคุณยายซานาเอะ หรือ Imagawa Sanae เจ้าของที่พักไม่สะดวกเช็คข้อความทางโซเชียลหรือเว็บไซต์ การจองเลยต้องเป็นทางโทรศัพท์เท่านั้น ที่เบอร์ 087-9624221 หรือ จะสอบถามผ่านชิลชิลทริปก็ได้นะ

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

Credit:Chill Chill Trip

ราคามีทั้งแบบพักอย่างเดียว หรือ รวมอาหารเช้าด้วย ชั้นสองมีที่นอนแบบนอนรวมกัน คุยกัน เพลินๆเลยล่ะ เริ่มต้นราวๆ คนละ 4500 เยน แบบไม่รวมอาหารเช้า ยังไงสอบถามก่อนน้า

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

Credit:Chill Chill Trip

ที่ชั้นล่าง มีครัวเล็กๆ พร้อมอุปกรณ์พื้นฐาน สามารถซื้อวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างมะกอกหรือของสดจากเกาะมาลองทำอาหารเองได้เลย

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

Credit:Chill Chill Trip

พี่ๆครับ มาเล่นกับผมได้นะครับ ฮ่าๆ น้องแพะคุงจะถูกผูกไว้อยู่ด้านหน้าบ้านค่ะ คุณยายที่เป็นเจ้าของบ้านดูแลใจดีมากๆ ที่นี่ มีลูกค้าต่างชาติเข้ามาพักเป็นประจำเลยนะ

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

Credit:Chill Chill Trip

แนะนำโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae

Websiteโฮมสเตย์ คุณยาย Sanae
  1. 1 เที่ยว Ashigezaki Observator (ชมหอคอยสังเกตการณ์อะชิเกซากิ) เมืองฮาจิโนเฮะ Hachinohe ที่จังหวัดอาโอโมริ
  2. 2 กระรอกบิน ชูก้า ไกลเดอร์ (Sugar glider) มารู้จักนิสัย ราคา การเลี้ยงดู อาหาร ตากลมแบ๊วแสนน่ารักแต่นิยมการผาดโผน
  3. 3 คลองหลวงคาเฟ่ ปทุมธานี ความสุขเล็กๆ กับอาหารรสดี นั่งทานข้าวในซุ้มไม้ไผ่ พร้อมชมเหล่าปลาคาร์ปว่ายน้ำไปมา
  4. 4 เที่ยวพม่า ชมประวัติพระราชวังบุเรงนอง(Kanbawzathadi Palace)กษัตริย์ผู้มีบทบาทสำคัญเมืองหงสาวดี
  5. 5 ล่องเรือเที่ยววัดปากน้ำภาษีเจริญ ชมวิถีชีวิตริมฝั่งคลองท่าต้นสายของเรือคลองภาษีเจริญ แม่น้ำสายสำคัญของกรุงเทพมหานคร