พม่ามีเรื่องเล่า มิตรภาพระหว่างการเดินทาง

ตอนที่เราออกเดินทาง 3 ประเทศ คือพม่า สิงค์โปร และมาเลเซีย มีเรื่องเล่ามากมาย แต่วันนี้เราจะขอเล่าเรื่องเด็กน้อยชาวพม่าเราพบกันที่ศาลาสวดมนต์ก่อนเป็นเรื่องแรกนะ

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

การเดินทางครั้งนี้เราแทบไม่ได้ทำการบ้านเลย เพราะคิดว่าเป็นการไปเที่ยวแบบเรื่อยๆ ไม่รีบร้อนเพราะเพื่อนที่ไปด้วยค่อนข้างชำนาญพื้นที่ในย่างกุ้ง เราก็เลยออกจะชิลนิดหน่อย ชิลจนลืมกระเป๋ายาที่ปกติเวลาเดินทางเราจะพกเสมอ

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

ประเทศพม่าใช้ปลั๊ํกไฟไม่เหมือนของประเทศไทย ของพม่าจะเป็นหัวแบน เราเลยพกสามขาแบบหัวแบนไปด้วย เพื่อเอาไปใช้ในการเสียบปลั๊กไฟของเราเมื่อเดินทางไปถึง เพราะงั้นเรื่องปลั๋กไฟเลยไม่เป็นปัญหา หน้าตาเจ้าหัวแบนเป็นแบบนี้/p> เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

ด้วยความที่มั่นหน้ามั่นโหนกว่าตัวเองแข็งแรงดังควายถึก มื้อแรกที่ไปถึงเรามุ่งตรงไปที่ร้านน้ำชาประจำท้องถิ่นเพื่อกินข้าวเช้า สั่งของกินมามากมายเพราะมีของให้อยากลองกินเยอะ พอตกบ่ายท้องไส้เราปั่นป่วนออกอาการไม่ดีสักเท่าไหร่ พกตกกลางดึกก็ยิ่งเป็นหนักจนต้องลงไปขอเกลือแร่จากเจ้าหน้าที่ที่พัก ซึ่งแน่นอนว่าสามวันนี้เราต้องดื่มเกลือแร่ช่วยตลอดทั้งวัน เรื่องนี้จะมาเล่าถึงความประทับใจให้ฟังในบทความหน้าขอตัวไปค้นรูปก่อนนะ ฮ่าๆๆๆๆ

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

และแน่นอนว่าถึงเราจะท้องเสียอย่างหนัก แต่ร่างกายก็ยังต้องการอาหารต่อไป เราจึงไม่สามารถหยุดกินได้ เรายังคงฟาดต่อไปไม่หยั่ง ถึงแม้ทุกครั้งจะจบลงที่ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำก็ตาม

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

ระหว่างทางเดินเราเจอคนกำลังตากผ้าอยู่ ใช่มองไม่ผิดหรอกเค้าตากผ้าบนพื้นทางเดิน ซึ่งบางจุดก็มีน้ำเฉอะแฉะอยู่บ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่เราจะพบเห็นการตากผ้าแบบนี้ตามแถวแหล่งชุมชน

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

ด้วยความที่ท้องเสียเราทำอะไรได้ไม่คล่องตัวนัก วันนี้เลยเน้นการเดินช้า ๆ เพราะขนาดถ่ายรูปภาพยังเบลอ เราใช้ไอโฟนห้าตัวเก่าตัวเดิมเดินถ่ายไปแบบไม่ค่อยมีอารมณ์นักเพราะรู้สึกไม่สบายตัว จนไปสะดุดเสียงสวดมนต์ของเด็กน้อยที่ศาลาสวดมนต์หลังหนึ่งในวัดพระธาตุมุเตา “คนพม่าเรียก ชเวมอดอร์ ” เด็กน้อยชาวพม่าที่มีดวงตากลมโตคนนี้ ดึงความสนใจของเราจากการเดินชมสถาปัตของวัดไปแล้ว เราหยุดเพื่อยืนดูเด็กน้อยสวดมนต์จนจบ

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

พอเด็กน้อยสวดมนต์จบหันมามอง แน่นอนสิ่งที่เราทำคือเราเลยส่งยิ้มหวานให้เพื่อเป็นการเปิดฉากมิตรภาพ เด็กน้อยยิ้มหวานกลับโดยที่เราไม่ได้พูดอะไรกัน แต่เด็กน้อยคงรู้สึกได้ว่าเรากำลังชื่นชมที่เค้าสวดมนต์ได้คล่องแคล่ว เด็กน้อยเริ่มท่องบทสวดมนต์ใหม่อีกครั้งและคอยส่งยิ้มหวานให้เราเป็นระยะๆ พอเด็กน้อยสวดมนต์จบอีกครั้งเราเลยลองบอกเด็กน้อยว่า ต่อไล่ก์ต่า ที่แปลว่า “เก่งจังเลย” เด็กน้อยยิ้มหวานให้พร้อมกับเดินเอามือมาลูบแก้ม เราเลยยื่นมือลูบแก้มเด็กน้อยกลับพร้อมกับก้มลงหยิบขนมในกระเป๋ายื่นให้ เด็กน้อยยิ้มหวาน พร้อมกับวิ่งเอาขนมไปให้แม่ของเค้าดู

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

เราค่อยๆ ลุกขึ้นส่งยิ้มหวานอีกครั้งพร้อมโบกมือบ๊ายบายให้เด็กน้อย เด็กน้อยตะโกน เจซูติน บาแด “พูดขอบคุณ” เรายิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนเดินไปถ่ายรูปรอบๆวัดต่อ ก่อนกลับเราได้เจอกันอีก เด็กน้อยวิ่งมากอดและหอมเราไปหนึ่งที แน่นอนว่าเราถือโอกาสนี้ขอถ่ายรูปคู่ซะเลย … เด็กน้อยยิ้มพยักหน้ารับแทนคำพูดว่าตกลง เราเลยได้ภาพระหว่างเดินทางที่ทำให้ทุกครั้งที่คิดถึงก็อดอมยิ้มไม่ได้ทุกที นี่ถือเป็นอีกหนึ่งภาพที่ระลึกที่เราจะเก็บไว้ในคลังของความทรงจำที่ดี

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip

ถึงแม้ธรรมเนียม วัฒนธรรม ภาษาของคนเราแต่ละที่จะแตกต่างกัน แต่เราว่าไม่จำเป็นต้องรู้ทุกภาษาหรอกเพราะมิตรภาพเกิดขึ้นได้เสมอ เพียงแค่เราเปิดใจยอมรับความแตกต่าง เราก็จะได้พบมิตรภาพใหม่ๆที่สวยงาม และเดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องราวต่างๆ มากมายที่เราได้พบเจอให้ฟังในบทความต่อไปนะจ้า

เรื่องเล่าที่ย่างกุ้ง

Credit:ChillChill Trip