โครังเค Korankei Gorge เพลิดเพลินกับฤดูใบไม้ร่วงและสายน้ำ แห่งภูมิภาคชูบุ เมืองโทโยตะ(Toyota) จ.ไอจิ (Aichi)

เมื่อหมดฤดูร้อนสิ่งที่คนญี่ปุ่นหรือแม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งตารอมากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นการชมใบไม้เปลี่ยนสี แต่ละพื้นที่ก็จะมีช่วงเวลาแตกต่างกันไป วันนี้เราจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวจุดชมใบไม้หลากสีในช่วงเดือนพฤศจิกายนกัน

โครังเค Korankei Gorge

หุบเขาโครังเค ตั้งอยู่ในจังหวัดไอจิ เมืองโทโยตะ (Toyota)เพื่อนๆอาจจะคิดว่าทำไมชื่อเมืองคุ้นๆ ใช่แล้ว เมืองนี้เป็นต้นกำเนิดรถยี่ห้อดังนั่นแหละ แต่เค้ายังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายที่เลย

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

ที่นี่ตั้งอยู่ริมเขาอิโมริ ( Mount Iimori ) โดยมีแม่น้ำโทโมเอะ ( Tomoe River) พาดผ่าน ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องใบไม้หลากสีที่เราจะได้เห็นทั้งสีเขียว น้ำตาล เหลือง แดง จากต้นไม้ที่อยู่รอบๆวัดโคจาคุจิ ( Kojakuji Temple ) ที่มีต้นเมเปิ้ลอยู่กว่า 4,000 ต้นแหนะ

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

เทศกาลเมเปิ้ล ( Momiji Matsuri ) จะถูกจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีการประดับไฟในตอนกลางคืนจนถึง 3 ทุ่ม แต่การเดินทางมาที่นี่ด้วยรถสาธารณะถือว่าค่อนข้างลำบากเพราะอยู่ในแถบชนบท ทำให้คนนิยมขับรถมาเอง มีที่จอดรถเยอะแต่เต็มเร็วมากๆ คือเต็มตั้งแต่ 8 โมงเช้า ค่าที่จอดรถจะเท่ากันเกือบทุกที่คือวันละ 1,000 เยน

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

พอเดินผ่านลานจอดรถเข้ามาสิ่งแรกที่เราจะเจอนั่นคือสะพานไทเกะซึเคียว ( Taigetsukyo Bashi ) สะพานแดงที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปตรงนี้

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

ในช่วงเช้าที่นี่อากาศจะหนาวแต่กลางวันจะอุ่นขึ้นมาก ใครจะมาต้องเตรียมเสื้อผ้ามาดีๆ พอเราเดินเลาะริมน้ำมาเรื่อยๆระหว่างทางเราก็จะพบอุโมงค์ต้นเมเปิ้ลหลากสีสัน จะมีจุดให้เรานั่งพักชมวิวหรือแวะถ่ายรูปอยู่เรื่อยๆตลอดทาง

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

โครังเค ยังเป็นจุดยอดนิยมของนักถ่ายภาพ เราจะเห็นผู้คนที่พกกล้องมาถ่ายแบบจริงจังอยู่เรื่อยๆ ก็แหมเค้าสวยจริงๆนี่หน่า สมกับที่เป็นที่สุดของภูมิภาคนี้

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

เราสามารถลงไปเดินริมแม่น้ำได้ด้วย มีหลายจุดที่แวะชมได้ตลอดทางเลย ใครอยากถ่ายภาพสวยๆ ไปยืนริมแม่น้ำแนะนำว่าให้เข้าไปด้านในหน่อย เพราะคนไปยืนออตรงใกล้ทางเข้าเยอะมาก เดี๋ยวถ่ายรูปไม่สวย

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

พอช่วงสายๆแดดก็เริ่มส่องเข้ามาถึงตีนเขาสะท้อนกับใบเมเปิ้ล สีของใบไม้ก็จะดีสดใสขึ้นไปอีก มองดูเพลินๆแล้วเหมือนภาพวาดเลย ต้นไม้บางต้นจะไล่สีกันดูแล้วสวยมากๆ ระหว่างทางก็จะมีสะพานให้เราข้ามไปข้ามมาได้อีกหลายจุด

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

พอเดินมาช่วงกลางๆเราก็จะเจอกับลานกิจกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งวันนี้เค้ามีร้านขายของทาน ของใช้ให้เราได้จับจ่ายอย่างเพลิดเพลิน แวะนั่งพักทานอาหาร และเข้าห้องน้ำ

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

อย่างร้านนี้จะออกแนวระทึกหน่อย เป็นร้านขายเกาลัคที่คั่วในหม้อแรงดัน พอถึงเวลาก็จะปล่อยควันพวยพุ่งออกมา ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ เด็กๆชอบกันใหญ่เลย

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

ระหว่างทางเค้าก็จะมีป้ายบอกเป็นระยะว่าอะไรไปทางไหน มีทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวหลง หรือเผื่อเวลาไปขึ้นรถสาธารณะไม่ทัน

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

และเราก็มาถึงสะพานสุดท้ายนั้นคือ สะพานโครังเค ( Korankei Bashi ) สะพานแขวนที่จะโยกไปมานิดหน่อยเวลาเราเดินข้าม ตรงนี้ก็เป็นอีกจุดที่ลงไปถ่ายรูปริมน้ำได้

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

วิวจากบนสะพานโครังเคก็จะสวยไปอีกแบบ เพราะอยู่ใกล้ส่วนที่เป็นทางโค้งของแม่น้ำโทโมเอะพอดี วิวภูเขาแบบเต็มๆตาตัดกับท้องฟ้า พร้อมกับฟังเสียงสายน้ำเพลินๆ ถ้าเราเดินผ่านร้านอาหารไปอีกหน่อยก็จะสิ้นสุดทางจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

พอข้ามสะพานมาเราจะพบกับจุดนั่งพักที่ชื่อว่า อาซุเกะโจ ( Asukecho ) ตรงนี้ขายทั้งของกินและเป็นลานบาร์บีคิวค่อนข้างกว้างด้วย คนน้อยกว่าที่อื่น ถ้าใครไม่ชอบคนเยอะๆ แนะนำให้มาแวะทานตรงนี้

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

แต่วันนี้เราจะมาหาของทานกันที่ร้าน คาวะมิชาย่า ( Kawamichaya ) ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ร้านนี้ยิ่งสายคนยิ่งเยอะ แนะนำให้เพื่อนๆไปเร็วหน่อยไม่อย่างนั้นอาจจะไม่มีที่นั่ง

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

ทางร้านมีทั้งที่นั่งด้านนอกและด้านใน เวลาสั่งเราต้องไปสั่งที่เคาเตอร์ จ่ายเงิน เสร็จแล้วก็ต้องรอเค้าเรียกที่โต๊ะ ที่เลือกร้านนี้เพราะบรรยากาศมันได้ความญี่ปุ่นเก่าๆดี

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

มาถึงโครังเค จะไม่กินโกเฮโมจิได้ไง โกเฮโมจิ ( Goheimochi ) เป็นอาหารท้องถิ่นของภูมิภาคชูบุ โดยการเอาโมจิมาทาซอสหวานๆเค็มๆ แล้วนำไปย่างไฟ กรอบนอกนุ่มในอร่อยสุดๆ

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

พอเราเดินย้อนกลับมาทางเดิม ถ้าข้ามสะพานไทเกะซึเคียวไป ก็จะมีร้านค้าของกินของฝากเรียงรายกันอยู่มากมายเลย บางร้านต้องยืนกิน บางร้านก็มีที่ให้นั่ง

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

ส่วนใหญ่คนที่มาเที่ยวก่อนกลับก็จะแวะเดินทางนี้กัน เพื่อซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปด้วย ทางเดินตรงนี้ไม่ค่อยกว้างทำให้ค่อนข้างแออัดหน่อยในช่วงสุดสัปดาห์

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

สำหรับคนที่ใช้รถสาธารณะก็ไม่ต้องกลัวหลง เพราะมีป้ายรถบัสอยู่ตรงใกล้ๆทางเข้า ที่ป้ายก็จะมีเวลาเดินรถบอกแต่ไม่ค่อยมีภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นแนะนำให้เพื่อนๆเช็คในเว็บไซต์ภาษาอังกฤษก่อนจะเดินทาง

Korankei gorge

Credit:Chill Chill Trip

สรุป

ใบไม้เปลี่ยนสีครั้งหน้า โครังเค(Korankei) เป็นที่ๆเราอยากให้เพื่อนๆได้ไปสัมผัสความเป็นที่สุดของเค้าสักครั้ง เราเชื่อว่าเพื่อนๆจะรู้สึกคุ้มค่ากับการเดินทางแน่นอน

Korankei gorge

ที่อยู่Iimori Asukecho, Toyota, Aichi 444-2424
ค่าเข้าฟรี
เวลาทำการ 24 ชั่วโมง ( งานประดับไฟ ตั้งแต่พระอาทิตย์ตกจนถึง 21:00น.)
Website Korankei gorge
การเดินทางจากสถานี Meitetsu Nagoya station มาเปลี่ยนรถไฟที่สถานี Chiryu Station ลงรถไฟที่ สถานี Meitetsu Toyotashi Station แล้วนั่งบัส Meitetsu Yamami line มาลงที่ Korankei Bus Stop สำหรับคนที่มาโดยรถส่วนตัว ค่าที่จอดรถ 1,000 เยน ต่อ วัน
  1. 1 เฟอเรท (Ferret) วิธีเลี้ยง อาหาร นิสัยของเจ้าเฟอเรทที่มาพร้อมกับความซุกซนอันแสนน่ารัก
  2. 2 เจ้าแม่สร้อยดอกหมาก และของถวาย ไหว้ขอพรเรื่องงาน เรื่องความรัก เรื่องสุขภาพ ที่ศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์อยุธยา
  3. 3 กระรอกบิน ชูก้า ไกลเดอร์ (Sugar glider) มารู้จักนิสัย ราคา การเลี้ยงดู อาหาร ตากลมแบ๊วแสนน่ารักแต่นิยมการผาดโผน
  4. 4 ลิงมาโมเสท Marmoset อาหาร การเลี้ยง สิ่งที่ควรรู้ก่อนเลี้ยงเจ้าลิงตัวเล็ก ที่มีขนาดแค่500 – 700 กรัม
  5. 5 ปลาหมาน้ำ หมาน้ำ หรือเจ้าปลาตีนเม็กซิโก – ซาลาแมนเดอร์ มาทำความรู้จักสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำกันเถอะ